อาการมือเท้าปากในเด็ก ดูยังไงว่าใช่ — คู่มือเทียบอาการสำหรับพ่อแม่

ตอนที่ลูกเริ่มมีไข้ ตามมาด้วยตุ่มเล็ก ๆ ที่มือ หรือลูกบ่นเจ็บปาก พ่อแม่หลายคนเริ่มสงสัย — “ใช่มือเท้าปากหรือเปล่า?”

หน้านี้จะช่วย เทียบลักษณะที่ลูกเป็นจริง ๆ กับลักษณะของมือเท้าปาก แบ่งเป็น 3 กลุ่มอาการ + ลำดับเวลาที่อาการขึ้น + รายละเอียดของแต่ละจุดที่ควรสังเกต ให้พ่อแม่ใช้เป็นข้อมูลตัดสินใจว่าจะรอดูที่บ้านหรือพาไปหาหมอ

หมายเหตุก่อนเริ่ม: หน้านี้ช่วยให้เข้าใจอาการ แต่ ไม่แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ ถ้าไม่แน่ใจ ปรึกษากุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

อ่าน 6-8 นาที อัปเดตพฤษภาคม 2569 สำหรับพ่อแม่ที่อยากเทียบลักษณะอาการของลูก
แม่ชาวไทยกำลังสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิดในห้องนอน
การสังเกตอาการเบื้องต้นของลูกช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจการดูแลได้แม่น

อาการของมือเท้าปาก แบ่งเป็น 3 กลุ่มที่พ่อแม่ต้องดู

อาการของมือเท้าปากในเด็กแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ที่มักขึ้นพร้อมกันหรือตามกัน:

กลุ่มที่ 1

อาการทั่วไป

  • ไข้ มักเริ่มจากไข้ต่ำถึงปานกลาง
  • ซึม อ่อนเพลีย ไม่ค่อยอยากเล่น
  • เบื่ออาหาร น้ำลายไหลผิดปกติ
  • บางคนมีน้ำมูก ไอเล็กน้อย
กลุ่มที่ 2

แผลในปาก

  • จุดแดงเล็กในปาก เริ่มจากลิ้น เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม คอหอยตอนหน้า
  • พัฒนาเป็นตุ่มน้ำใส แล้วแตกเป็นแผลตื้นขอบแดง
  • ลูกเจ็บเวลากิน ดื่ม กลืน
กลุ่มที่ 3

ผื่นที่ผิวหนัง

  • ตุ่มแดงเล็ก หรือตุ่มน้ำใส ขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้น
  • บางคนขึ้นที่ขา แขน หรือใบหน้า (พบบ่อยใน Coxsackievirus A6)
  • ส่วนใหญ่ไม่คัน

ถ้าลูกมีอาการครบทั้ง 3 กลุ่มในช่วง 1 สัปดาห์ มือเท้าปากเป็นหนึ่งในโรคที่ควรนึกถึงมากขึ้น แต่การยืนยันโรคควรให้แพทย์ประเมินร่วมกับอาการจริง ถ้ามีแค่ 1-2 กลุ่ม อาจเป็นโรคอื่นที่ดูคล้ายกัน อ่านความต่างที่ HFMD vs แผลร้อนใน เริม ทอนซิลอักเสบ หรือ HFMD vs Herpangina

ภาพประกอบ 3 กลุ่มอาการของมือเท้าปาก ได้แก่ อาการทั่วไป แผลในปาก และผื่นที่ผิวหนัง
อาการของมือเท้าปากแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ที่มักขึ้นพร้อมกันหรือตามกัน

ลำดับอาการตามวัน — สิ่งที่พ่อแม่จะเห็นในแต่ละช่วง

อาการมือเท้าปากมีแบบแผนที่ค่อนข้างชัด ถ้ารู้ลำดับ จะ เฝ้าได้แบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่กังวลทุกวันเท่ากัน

  1. 1-2 วัน

    เริ่มจากไข้และซึม

    ส่วนใหญ่เริ่มแบบเงียบ ๆ:

    • ไข้ขึ้นโดยไม่มีผื่นหรือแผลให้เห็น
    • ลูกซึมกว่าปกติ ไม่ค่อยอยากเล่น
    • เบื่ออาหาร เริ่มกินน้อยลง
    • บางคนมีน้ำมูก ไอเล็ก ๆ

    ในช่วงนี้ พ่อแม่หลายคนคิดว่าเป็นหวัดธรรมดา จนกระทั่งวันที่ 2-3 เริ่มเห็นอาการอื่น

  2. 2-3 วัน

    เริ่มเห็นแผลในปาก

    นี่คือจุดที่เริ่มสงสัยมือเท้าปาก:

    • ลูกเริ่มร้องไห้เวลากิน
    • ไม่ยอมกินอาหารแข็ง อยากกินแต่ของเหลวหรือนมเย็น
    • น้ำลายไหลมากขึ้น
    • ในปากเริ่มเห็นจุดแดงเล็ก ๆ ตามลิ้น เพดาน หรือกระพุ้งแก้ม
    • บางคนยังไม่เห็นผื่นที่มือ-เท้าในช่วงนี้

    ถ้าลูกร้องเวลากินและสังเกตเห็นแผลในปาก ให้เริ่มจัดอาหารเย็น นิ่ม จืด และระวังเรื่องการดื่มน้ำ

  3. 3-5 วัน

    ผื่นชัดขึ้น แผลเจ็บที่สุด

    ช่วงนี้คือ peak ของอาการ:

    • ผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้นเริ่มเห็นชัด
    • ผื่นเริ่มเป็นตุ่มน้ำใสในบางคน
    • แผลในปากกว้างที่สุด เจ็บที่สุด ลูกอาจไม่ยอมดื่มน้ำเลย
    • ไข้อาจยังอยู่หรือเริ่มลด

    นี่คือช่วงที่พ่อแม่เหนื่อยที่สุด เพราะลูกกินน้อย นอนไม่ดี ร้องไห้บ่อย โฟกัสที่ป้องกันภาวะขาดน้ำเป็นสำคัญ

  4. 5-7 วัน

    เริ่มดีขึ้น

    ค่อย ๆ ฟื้น:

    • ไข้ลดและไม่กลับมา
    • แผลในปากเริ่มตื้นขึ้น เจ็บน้อยลง
    • ลูกเริ่มกินอาหารนิ่มได้
    • ผื่นเริ่มจาง (แต่ยังเห็นอยู่)
    • ลูกเริ่มอยากเล่นบ้าง

    ถ้าผ่านวันที่ 5-7 แล้วยังไม่ดีขึ้น ไข้ยังสูง หรืออาการแย่ลง — นี่คือสัญญาณที่ควรกลับไปหาหมอ

อ่านลำดับวันต่อวันแบบลึกขึ้น พร้อมคำแนะนำของแต่ละช่วง ที่ มือเท้าปากกี่วันหาย แต่ละวันเป็นอย่างไร

ภาพไทม์ไลน์อาการมือเท้าปากในแต่ละวันตั้งแต่เริ่มจนถึงเริ่มดีขึ้น
อาการมือเท้าปากมีแบบแผนค่อนข้างชัดในแต่ละช่วงวัน

รายละเอียดอาการแต่ละจุด — สังเกตยังไง

แผลในปาก — ตำแหน่งและลักษณะ

แผลในปากของมือเท้าปากมีลักษณะค่อนข้างเฉพาะ:

ตำแหน่งที่พบบ่อย

  • ลิ้น (ทั้งด้านบนและด้านข้าง)
  • เพดานอ่อน (เพดานปากด้านในลึก ๆ)
  • กระพุ้งแก้ม (ด้านในของแก้ม)
  • คอหอยตอนหน้า (ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิล)
  • บางครั้งเหงือกและริมฝีปากด้านใน

ลักษณะ

  • เริ่มเป็นจุดแดงเล็ก ๆ ขนาดประมาณหัวเข็มหมุด
  • พัฒนาเป็นตุ่มน้ำใสภายใน 1-2 วัน
  • ตุ่มแตกเป็นแผลตื้นขอบแดง ขนาด 2-8 มิลลิเมตร
  • มักหลายจุด ไม่ใช่จุดเดียว

สิ่งที่ไม่ใช่ลักษณะของ HFMD

  • แผลเดี่ยวขนาดใหญ่กลางลิ้น (น่าจะเป็นแผลร้อนในมากกว่า)
  • แผลเป็นกลุ่มเล็ก ๆ บนริมฝีปากภายนอก (น่าจะเป็นเริม)
  • ทอนซิลบวมแดงชัดมาก มีหนองสีเหลือง (น่าจะเป็นทอนซิลอักเสบ)

ถ้าสงสัยว่าใช่หรือไม่ใช่ อ่านความต่างแบบลึกที่ HFMD vs แผลร้อนใน เริม ทอนซิลอักเสบ

ภาพประกอบทางการแพทย์แสดงตำแหน่งที่พบแผลในปากของมือเท้าปาก
แผลในปากมือเท้าปากมักพบที่ลิ้น เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม และคอหอยตอนหน้า

ผื่นที่มือและเท้า — ลักษณะที่ใช่และที่ไม่ใช่

ผื่นที่มือและเท้าเป็นจุดที่ทำให้พ่อแม่มั่นใจว่าใช่มือเท้าปาก เพราะค่อนข้างเฉพาะ:

ลักษณะของผื่น HFMD

  • จุดแดงเล็ก ๆ หรือตุ่มน้ำใส ขอบแดง
  • ขนาด 2-5 มิลลิเมตร
  • ขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ระหว่างนิ้ว และข้างนิ้ว
  • บางครั้งขึ้นที่หลังมือ หลังเท้า แต่พบน้อยกว่า
  • ส่วนใหญ่ ไม่คัน ในเด็กที่เป็น Coxsackievirus A16
  • ในเด็กที่เป็น Coxsackievirus A6 อาจคันบ้าง และผื่นขึ้นกระจายมากกว่า

ลักษณะที่ไม่น่าจะใช่ HFMD

  • ผื่นแดงเป็นปื้นใหญ่ (น่าจะเป็นแพ้ผ้าอ้อม แพ้อาหาร หรือลมพิษ)
  • ผื่นที่ขึ้นเฉพาะหลังมือ-หลังเท้า ไม่ขึ้นฝ่ามือ-ฝ่าเท้า
  • ตุ่มน้ำขนาดใหญ่ผิดปกติ (มากกว่า 10 มิลลิเมตร)
  • ผื่นที่มีหนองเหลืองชัดเจน
ภาพประกอบลักษณะของผื่นมือเท้าปากที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า
ผื่นมือเท้าปากเป็นจุดแดงเล็กหรือตุ่มน้ำใส ขนาด 2-5 มิลลิเมตร

ผื่นที่ก้น ขา แขน — เมื่อไรปกติ เมื่อไรต้องดูเพิ่ม

ผื่นรอบก้นเป็นลักษณะที่พบบ่อยในเด็กที่ใส่ผ้าอ้อม โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Coxsackievirus A16 เป็นจุดแดงเล็กถึงปานกลางบริเวณก้น สะโพก ต้นขาด้านใน

ปกติ

  • จุดแดงเล็ก กระจายไม่มาก
  • ไม่มีหนอง ไม่ลอก ไม่มีแผลเปิด
  • ลูกไม่เจ็บผิดปกติเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม

ต้องดูเพิ่ม

  • ผื่นที่ก้นแดงจัดและบวม
  • ผิวหนังบริเวณนั้นแตกเป็นแผล
  • มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ
  • ลูกร้องไห้เจ็บมากเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม

ในกรณี Coxsackievirus A6 ผื่นอาจกระจายไปที่ขา แขน และบางครั้งใบหน้า ซึ่งทำให้ดูเหมือน “อีสุกอีใส” ได้ แต่ตำแหน่งและลักษณะของแผลในปากจะช่วยแยกได้

ภาพประกอบลักษณะของผื่นมือเท้าปากบริเวณก้นและรอบผ้าอ้อมของเด็ก
ผื่นรอบก้นพบบ่อยในเด็กที่ใส่ผ้าอ้อม โดยเฉพาะกลุ่ม Coxsackievirus A16

ไข้ — ระดับและระยะ

ไข้ในมือเท้าปากมีลักษณะค่อนข้างชัด:

ระดับ

  • ส่วนใหญ่เป็นไข้ต่ำถึงปานกลาง
  • บางคนไข้ค่อนข้างสูง
  • ถ้าไข้สูงมากหรือไม่ลดลงตามคาด ควรดูสัญญาณรุนแรงประกอบและพิจารณาพบแพทย์

ระยะ

  • เริ่มขึ้นวันที่ 1-2
  • มักอยู่ 2-4 วัน
  • ลดเองโดยที่ยังเห็นแผลในปากและผื่นต่อ

ลักษณะของไข้ที่ผิดปกติ ต้องระวัง

  • ไข้สูงที่ยาลดไข้กดไม่ลงตามที่เคยได้ผล
  • ไข้กลับมาสูงอีกหลังจากเริ่มลดไปแล้ว
  • ไข้สูงต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ลด

อ่านวิธีจัดการไข้ที่บ้านแบบเต็ม ที่ วิธีลดไข้เมื่อลูกเป็นมือเท้าปาก

มือผู้ดูแลกำลังใช้เทอร์โมมิเตอร์ดิจิทัลวัดไข้เด็กไทยที่นอนพักอยู่
ไข้ในมือเท้าปากส่วนใหญ่เป็นไข้ต่ำถึงปานกลาง และมักอยู่ไม่กี่วัน

ระดับความรุนแรงของอาการ — เบา / กลาง / รุนแรง

มือเท้าปากมีอาการหลายระดับ พ่อแม่จะวางแผนการดูแลได้แม่นขึ้นถ้าแยกระดับออก

ระดับเบา (เด็กส่วนใหญ่)

อาการเบา

  • ไข้ต่ำถึงปานกลาง
  • แผลในปากไม่กี่จุด
  • ผื่นที่มือ-เท้าจำกัด
  • ลูกยังกินดื่มได้พอ ยังเล่นได้บ้าง
  • มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 7-10 วันโดยดูแลที่บ้าน
ระดับกลาง

อาการระดับกลาง

  • ไข้ปานกลางถึงค่อนข้างสูง
  • แผลในปากหลายจุด เจ็บมาก
  • ผื่นกระจายชัดที่มือ เท้า ก้น
  • ลูกกินดื่มลำบาก ดื่มน้ำได้น้อย
  • อาจต้องการการดูแลใกล้ชิดและพบหมอตรวจซ้ำ
ระดับรุนแรง — ต้องไปโรงพยาบาล

อาการรุนแรง

  • ไข้สูงที่กดไม่ลงตามที่เคยได้ผล
  • ลูกซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น
  • ไม่ยอมดื่มเลย น้ำลายแห้ง
  • มีสัญญาณระบบประสาท (สะดุ้งผวา เดินเซ)
  • หายใจผิดปกติ
เข้าใจระดับ ไม่ตื่นตระหนก

อย่าตีความระดับรุนแรงว่า “ลูกต้องแย่แน่ ๆ” เด็กจำนวนมากที่ได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสมสามารถฟื้นตัวได้ดี สิ่งสำคัญคือ พาไปพบแพทย์ทันเวลา ไม่รอดูจนช้าเกินไป

ภาพประกอบ 3 ระดับความรุนแรงของอาการมือเท้าปาก ตั้งแต่เบา กลาง รุนแรง
การแยกระดับความรุนแรงช่วยให้พ่อแม่วางแผนการดูแลได้แม่นขึ้น

สัญญาณที่บอกว่าต้องไปโรงพยาบาลทันที

มีสัญญาณบางอย่างที่ “ไม่รอ” ถ้าเห็น พ่อแม่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที:

สัญญาณขาดน้ำ
  • ปัสสาวะน้อยกว่า 6 ชั่วโมง
  • ปากแห้งจัด ไม่มีน้ำลาย
  • ไม่มีน้ำตาเวลาร้อง
  • ตาลึก กระหม่อมบุ๋ม (เด็กเล็ก)
สัญญาณระบบประสาท
  • ซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น
  • สะดุ้งผวาบ่อยผิดปกติ
  • เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ (ในเด็กที่เคยเดินได้ปกติ)
  • ชักหรืออาการคล้ายชัก
สัญญาณระบบหายใจ / ไหลเวียน
  • หายใจเร็ว หายใจหอบ หรือหายใจลำบาก
  • ใจสั่น หน้าซีด มือเท้าเย็น
สัญญาณอื่น
  • ไข้สูงที่ยาลดไข้กดไม่ลงตามที่เคยได้ผล
  • อาเจียนซ้ำ ๆ ไม่หยุด
  • แผลในปากเยอะมากจนลูกไม่ยอมกลืนน้ำลาย

สัญญาณกลุ่มระบบประสาทคือสิ่งที่ทำให้แพทย์กังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจาก EV71 ซึ่งพบได้ในเด็กส่วนน้อย

อ่านรายละเอียดของแต่ละสัญญาณและวิธีตัดสินใจไม่ลังเล ที่ แบบไหนควรไปพบแพทย์

พ่อแม่กำลังสังเกตอาการลูกอย่างใกล้ชิด สังเกตสัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาล
สัญญาณบางอย่างไม่ควรรอ ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

อาการที่ “ดูคล้ายแต่ไม่ใช่” มือเท้าปาก

หลายโรคในเด็กดูคล้ายมือเท้าปากในระยะแรก พ่อแม่ควรรู้เพื่อไม่สรุปเร็วเกินไป:

  • Herpangina (เฮอร์แปงไจนา)

    อยู่ในกลุ่มไวรัสเดียวกัน ทำให้เกิดแผลในปากเหมือนกัน แต่ ไม่มีผื่นที่มือ-เท้า-ก้น อ่านความต่างที่ HFMD vs Herpangina

  • เริม (Herpes simplex)

    มีตุ่มน้ำที่ปากเหมือนกัน แต่มักขึ้นเป็นกลุ่มที่ริมฝีปากภายนอก และเริมในเด็กบางครั้งทำให้เหงือกบวมแดงผิดปกติ

  • ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)

    มีไข้สูงและเจ็บคอเหมือน HFMD แต่ทอนซิลบวมแดงชัด มีหนองสีเหลือง และไม่มีผื่นที่มือ-เท้า

  • อีสุกอีใส (Chickenpox)

    มีผื่นและตุ่มน้ำเหมือนกัน แต่ขึ้นที่ลำตัวก่อน กระจายทั่วตัว มีอาการคันชัดเจน และขึ้นเป็น “หลายระยะปนกัน” (จุดแดง + ตุ่มน้ำ + ตกสะเก็ด)

  • แพ้อาหารหรือยา (Drug / Food rash)

    มีผื่นเหมือนกัน แต่ขึ้นกระจายทั่วตัวเร็ว มีประวัติกินอาหาร / ยาใหม่ และมักไม่มีไข้

อ่านความต่างของ HFMD กับโรคที่มีแผลในปากแบบลึก ที่ HFMD vs แผลร้อนใน เริม ทอนซิลอักเสบ

ถ้าสงสัยว่าแผลในปากของลูกอาจไม่ใช่ HFMD เลย อ่านสาเหตุของแผลในปากแบบอื่นที่ www.แผลในปาก.com

ภาพเปรียบเทียบลักษณะของมือเท้าปากกับโรคอื่นที่ดูคล้ายกัน เช่น เริม อีสุกอีใส
หลายโรคดูคล้ายมือเท้าปากในระยะแรก พ่อแม่ควรเทียบให้ชัดก่อนสรุป

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย

ลูกเป็นไข้แต่ยังไม่มีผื่น ใช่ HFMD ไหม?

อาจใช่ในระยะแรก ผื่นมักขึ้นวันที่ 2-3 หลังไข้ รอดูอีก 24-48 ชั่วโมงและสังเกตปากด้วย ถ้ายังไม่มีอะไรอื่น อาจเป็นหวัดธรรมดา

ลูกมีแค่แผลในปาก ไม่มีผื่นที่มือ-เท้า ใช่ HFMD ไหม?

อาจใช่ระยะแรก หรืออาจเป็น Herpangina หรือแผลในปากจากสาเหตุอื่น ลองรอดูอีก 1-2 วัน ถ้าผื่นที่มือ เท้า หรือก้นขึ้นร่วมกับแผลในปาก จะนึกถึงมือเท้าปากมากขึ้น แต่ยังไม่แทนการวินิจฉัย หากไม่แน่ใจ อ่านเทียบที่ มือเท้าปากกับเฮอร์แปงไจนา ต่างกันอย่างไร หรือให้แพทย์ประเมิน

ลูกมีแค่ผื่นที่ฝ่ามือ ไม่มีไข้ ไม่มีแผลในปาก ใช่ HFMD ไหม?

ไม่น่าใช่ เพราะมือเท้าปากเกือบทุกเคสจะมีอย่างน้อย 2 ใน 3 กลุ่มอาการ ถ้ามีแค่ผื่น อาจเป็นอย่างอื่น เช่น ลมพิษ ผื่นแพ้สัมผัส ควรปรึกษากุมารแพทย์

ผื่นมือเท้าปากคันไหม?

ส่วนใหญ่ไม่คัน โดยเฉพาะ Coxsackievirus A16 แต่ใน A6 อาจคันบ้าง

ลูกอาการเบามากเลย เป็น HFMD จริงไหม?

จริงได้ บางเด็กอาการเบามากจนพ่อแม่ไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะถ้าเคยติดเชื้อกลุ่มนี้มาก่อน แม้อาการเบา ก็ควรแยกของใช้ ล้างมือ และเฝ้าดูอาการต่อ เพราะยังแพร่เชื้อให้เด็กคนอื่นได้

ลูกเป็น HFMD เคยรุนแรงครั้งก่อน ครั้งนี้จะรุนแรงไหม?

ไม่จำเป็น ระดับความรุนแรงขึ้นกับสายพันธุ์และสภาพร่างกายของลูกในแต่ละครั้ง อ่านเพิ่มเรื่องการเป็นซ้ำที่ ระยะฟื้นตัวและการเป็นซ้ำหลังมือเท้าปาก

กี่วันหลังจากสัมผัสเด็กที่เป็น ลูกถึงเริ่มมีอาการ?

3-6 วัน บางคนถึง 7 วัน อ่านที่ ระยะฟักตัวของมือเท้าปาก

ถ้าอาการตรง ขั้นต่อไปคืออะไร

ถ้าอ่านมาถึงนี่และคิดว่า “ใช่แล้ว ลูกเป็น” ขั้นต่อไปสำหรับพ่อแม่:

อาการเบา-กลาง ยังกินดื่มได้

วิธีดูแลลูกมือเท้าปากที่บ้าน

คู่มือดูแลทั้งหมด ตั้งแต่ไข้ แผล ผื่น อาหาร และการแยกของใช้

อ่านต่อ →
เจ็บปาก กินไม่ได้ ดื่มไม่ได้

เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้

แนวทางจัดการเฉพาะช่วงที่ลูกเจ็บปากมากและกลัวขาดน้ำ

อ่านต่อ →
เห็นสัญญาณรุนแรง

แบบไหนควรไปพบแพทย์

สัญญาณที่ไม่ควรรอ และแบบไหนรอดูที่บ้านได้

อ่านต่อ →
อยากเข้าใจตั้งแต่ต้น

เกิดจากเชื้ออะไร ติดต่ออย่างไร

ทำความเข้าใจว่าโรคนี้มาจากไหน และลูกอาจติดมาทางไหน

อ่านต่อ →
วางแผนป้องกันคนอื่นในบ้าน/โรงเรียน

คู่มือป้องกันมือเท้าปาก

ลดความเสี่ยงในบ้าน โรงเรียน และศูนย์เด็กเล็ก

อ่านต่อ →
อยากกลับไปอ่านภาพรวม

ทำความรู้จักโรคมือเท้าปาก

สรุปภาพรวมของโรคในหน้าเดียว สำหรับพ่อแม่ที่เริ่มสงสัย

อ่านต่อ →

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า ปรึกษากุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด