มือเท้าปากกับเฮอร์แปงไจนาต่างกันอย่างไร — คู่มือแยกโรคสำหรับพ่อแม่

หมอบอกว่าลูกเป็น “เฮอร์แปงไจนา” แต่เพื่อนบ้านบอกว่าอาการเหมือนมือเท้าปากที่ลูกของเขาเพิ่งเป็น — สรุปเป็นอะไรกันแน่?

หรือลูกมีแผลในปากเยอะแต่ไม่มีผื่นที่มือ-เท้า แม่กำลังหาข้อมูลว่าใช่ HFMD ไหม

สองโรคนี้ — HFMD (มือเท้าปาก) และ Herpangina (เฮอร์แปงไจนา) — อยู่ในกลุ่มไวรัสเดียวกัน อาการเริ่มต้นคล้ายกันมาก แต่ทางการแพทย์แยกเป็นคนละโรค หน้านี้อธิบายว่าต่างกันยังไงในแบบที่พ่อแม่ใช้ได้จริง

อ่าน 7-9 นาที อัปเดตพฤษภาคม 2569 สำหรับพ่อแม่ที่กำลังแยกอาการของลูก
แม่ชาวไทยกำลังเทียบลักษณะอาการของลูกเพื่อแยกระหว่าง HFMD กับ Herpangina
สองโรคนี้คล้ายกันมาก แต่มีจุดต่างที่พ่อแม่ใช้แยกได้

คำตอบสั้น ๆ ก่อน

ถ้ายังไม่มีเวลาอ่านยาว นี่คือสรุป:

สรุปสำหรับพ่อแม่
  • เกิดจาก: กลุ่มไวรัสเดียวกัน (Enterovirus / Coxsackievirus) — ดังนั้นคล้ายกัน
  • แผลในปาก: มีทั้งสองโรค แต่ตำแหน่งต่างกันเล็กน้อย
  • ผื่นที่มือ-เท้า-ก้น: มีเฉพาะใน HFMD — Herpangina ไม่มี
  • ความรุนแรง: ส่วนใหญ่ใกล้เคียงกัน หายเองได้ใน 7–10 วัน
  • การดูแล: หลักการเดียวกัน — ประคองอาการ ดูแลแผลในปาก ป้องกันขาดน้ำ

จุดต่างที่ช่วยแยกได้มากที่สุดคือผื่นที่มือ-เท้า-ก้น: ถ้ามีแผลในปากร่วมกับผื่นลักษณะเข้าได้ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น จะนึกถึง HFMD มากขึ้น แต่ถ้ามีแผลในปากเด่นโดยยังไม่มีผื่นที่มือ-เท้า-ก้น โดยเฉพาะแผลลึกบริเวณคอหอยหรือทอนซิล Herpangina เป็นโรคที่ควรนึกถึง ทั้งนี้การยืนยันควรให้แพทย์ประเมินร่วมกับอาการจริง

ทำไม 2 โรคนี้ถึงสับสนกันได้ง่าย

HFMD และ Herpangina สับสนกันได้ง่ายเพราะ 3 เหตุผล:

1. เกิดจากกลุ่มไวรัสเดียวกัน

ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อในกลุ่ม Enterovirus เช่น Coxsackievirus A กลุ่ม ดังนั้นกลไกในร่างกายคล้ายกัน ตำแหน่งที่ไวรัสชอบไปอยู่ก็คล้ายกัน

2. อาการเริ่มต้นเหมือนกัน

ทั้งสองโรคเริ่มจาก:

  • ไข้ขึ้น
  • เบื่ออาหาร ซึมเล็กน้อย
  • น้ำลายไหลผิดปกติ
  • เริ่มเจ็บปากใน 1–2 วันถัดมา

ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก พ่อแม่ (และบางครั้งแม้แต่หมอ) ยังแยกไม่ออกว่าเป็นโรคไหน

3. แผลในปากดูคล้ายกัน

ทั้งสองโรคทำให้เกิดแผลในปากที่เริ่มเป็นจุดแดงเล็ก ๆ พัฒนาเป็นตุ่มน้ำใส แล้วแตกเป็นแผลตื้นขอบแดง ลักษณะของตัวแผลแยกยาก

ความต่างจริง ๆ จะปรากฏชัดในวันที่ 2–3 ของโรค เมื่อ HFMD เริ่มมีผื่นที่ผิวหนัง ในขณะที่ Herpangina ไม่มี

ภาพประกอบแสดงว่า HFMD และ Herpangina อยู่ในกลุ่มไวรัส Enterovirus เดียวกัน
ทั้งสองโรคเกิดจากกลุ่มไวรัสเดียวกัน จึงคล้ายกันในระยะแรก

ตารางเทียบ HFMD กับ Herpangina แบบเร็ว

ตารางด้านล่างเทียบจุดสำคัญ 10 ข้อ ระหว่างมือเท้าปากและเฮอร์แปงไจนา เพื่อให้พ่อแม่ดูภาพรวมได้ในที่เดียว (รายละเอียดของแต่ละหัวข้อจะอธิบายในส่วนถัดไป)

กลุ่มไวรัส
HFMDEnterovirus (Coxsackievirus A16, A6, A10, EV71)
HerpanginaEnterovirus (Coxsackievirus A กลุ่ม)
ไข้
HFMD38–39°C
Herpangina38–40°C (บางครั้งสูงกว่า HFMD)
แผลในปาก
HFMDลิ้น เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม คอหอยตอนหน้า
Herpanginaส่วนใหญ่อยู่ลึกที่คอหอยตอนหลัง เพดานอ่อน ทอนซิล
ผื่นที่มือ-เท้า
HFMDมี (จุดเด่นของ HFMD)
Herpanginaไม่มี
ผื่นที่ก้น
HFMDมี (โดยเฉพาะเด็กใส่ผ้าอ้อม)
Herpanginaไม่มี
กลุ่มอายุที่พบบ่อย
HFMD1–5 ปี (ในไทยถึง 7 ปี)
Herpangina1–7 ปี (เด็กโตขึ้นบางครั้ง)
ระยะของโรค
HFMD7–10 วัน
Herpangina7–10 วัน
การแพร่เชื้อ
HFMDน้ำลาย ตุ่มน้ำ อุจจาระ พื้นผิว
Herpanginaน้ำลาย อุจจาระ พื้นผิว (ไม่มีตุ่มน้ำที่ผิว)
การดูแล
HFMDประคองอาการ ดูแลแผลในปาก ป้องกันขาดน้ำ
Herpanginaเหมือนกัน
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
HFMDEV71 มีโอกาสพบเป็นกลุ่มที่เฝ้าระวัง
Herpanginaน้อยกว่า HFMD ที่เกิดจาก EV71
ภาพประกอบตารางเปรียบเทียบ HFMD และ Herpangina แบบเร็ว
ตารางเทียบจุดสำคัญ 10 ข้อระหว่าง HFMD และ Herpangina

ความต่างหลัก 4 ข้อที่พ่อแม่ใช้แยกได้

ความต่างที่ 1 — ตำแหน่งแผลในปาก

นี่คือความต่างที่หมอใช้แยกในเชิงคลินิก:

HFMD

แผลในปากกระจายในหลายตำแหน่ง

  • ลิ้น (ทั้งด้านบนและด้านข้าง)
  • เพดานอ่อน
  • กระพุ้งแก้ม (ด้านในของแก้ม)
  • คอหอยตอนหน้า
  • บางครั้งเหงือกและริมฝีปากด้านใน
Herpangina

แผลส่วนใหญ่อยู่ลึกในปาก

  • คอหอยตอนหลัง
  • ทอนซิลและรอบทอนซิล
  • เพดานอ่อนตอนหลัง
  • ไม่ค่อยพบที่ลิ้นด้านหน้า กระพุ้งแก้ม หรือริมฝีปาก

ในทางปฏิบัติ: ถ้าส่องไฟดูในปากลูกเองและเห็นแผลที่ “ลึก” (ใกล้คอ ทอนซิล) เป็นหลัก น่าจะ Herpangina มากกว่า แต่ถ้าเห็นแผลกระจายมาที่ลิ้นและกระพุ้งแก้มชัด น่าจะ HFMD

(หมายเหตุ: การส่องดูในปากเด็กเล็กเองยาก อย่าฝืน — ถ้าแยกไม่ออก ปรึกษาหมอ ส่วนรายละเอียดอาการแบบลึก อ่านที่ อาการมือเท้าปากในเด็ก)

ภาพประกอบเทียบตำแหน่งแผลในปากของ HFMD กับ Herpangina
HFMD แผลกระจายหลายตำแหน่ง ส่วน Herpangina แผลมักลึกใกล้คอหอย

ความต่างที่ 2 — ผื่นที่มือ-เท้า-ก้น

นี่คือ จุดต่างที่ชัดที่สุด และพ่อแม่ใช้แยกได้ง่ายที่สุด:

HFMD

มีผื่นที่ผิวหนังเป็นลักษณะสำคัญ

  • จุดแดงเล็กหรือตุ่มน้ำใส ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
  • ผื่นรอบก้น (โดยเฉพาะเด็กใส่ผ้าอ้อม)
  • บางคนผื่นกระจายไปที่ขา แขน หรือหน้า (พบใน Coxsackievirus A6)
Herpangina

โดยทั่วไปไม่มีผื่นจำเพาะแบบ HFMD

Herpangina โดยทั่วไปไม่มีผื่นจำเพาะแบบ HFMD ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือรอบก้น หากมีผื่นร่วมด้วย อาจต้องดูว่านั่นเป็นผื่นจากสาเหตุอื่น หรือเป็น HFMD ระยะแรก/รูปแบบที่อาการยังไม่ครบ

ในทางปฏิบัติ: ถ้าผ่านวันที่ 3–4 ของโรคแล้วยังไม่มีผื่นที่มือ เท้า หรือก้นเลย แต่ลูกมีไข้และแผลในปาก จะนึกถึง Herpangina มากขึ้น ส่วนถ้ามีผื่นที่มือ เท้า หรือก้นขึ้นร่วมกับแผลในปาก จะนึกถึงมือเท้าปากมากขึ้น ทั้งนี้ยังไม่แทนการวินิจฉัย หากไม่แน่ใจควรให้แพทย์ประเมิน

ภาพประกอบแสดงว่า HFMD มีผื่นที่มือเท้าก้น ส่วน Herpangina ไม่มี
จุดต่างที่ชัดที่สุด — HFMD มีผื่นที่มือ-เท้า-ก้น ส่วน Herpangina ไม่มี

ความต่างที่ 3 — อาการเด่นและความเจ็บปวด

HFMD

อาการเด่นของ HFMD

  • ไข้ปานกลาง 38–39°C
  • เจ็บปากจากแผลกระจายทั่วช่องปาก
  • เจ็บเวลากิน ดื่ม กลืน
  • มักรู้สึกไม่สบายตัวจากผื่นที่มือ-เท้า แต่ผื่นเองไม่เจ็บมาก
Herpangina

อาการเด่นของ Herpangina

  • ไข้สูงกว่าเล็กน้อย บางคนถึง 40°C
  • เจ็บคอเด่นชัด เพราะแผลอยู่ลึกใกล้ทอนซิล
  • กลืนน้ำลายลำบาก น้ำลายไหลมาก
  • เด็กบางคนปฏิเสธอาหารและดื่มน้ำเลย เพราะเจ็บลึกในคอ

ในทางปฏิบัติ: ถ้าลูกมีไข้สูงและบ่นเจ็บคอ น้ำลายไหลมาก แต่แผลในปากที่เห็นด้านหน้าไม่มาก — น่าจะ Herpangina

ความต่างที่ 4 — กลุ่มอายุที่พบบ่อย

HFMD

กลุ่มอายุของ HFMD

  • พบบ่อยที่สุดในเด็ก 1–5 ปี
  • ในไทยพบในเด็กถึง 7 ปีในบางพื้นที่ที่มีการระบาด
  • ผู้ใหญ่ติดได้แต่อาการมักเบาหรือไม่มีอาการ
Herpangina

กลุ่มอายุของ Herpangina

  • พบในช่วงอายุใกล้เคียง 1–7 ปี
  • บางครั้งพบในเด็กโตกว่า (8–10 ปี) มากกว่า HFMD

ความต่างนี้ไม่ใหญ่พอที่จะใช้แยกในทางปฏิบัติ แต่ถ้าลูกอายุ 8 ปีและมีแผลในปาก ไข้ — Herpangina เป็นไปได้สูงกว่า HFMD เล็กน้อย

ความเหมือนที่ทำให้พ่อแม่สับสน

นอกจาก 4 ข้อต่างข้างต้น มี 5 ข้อที่ทั้งสองโรคเหมือนกัน — นี่คือเหตุผลที่ทำให้แยกยาก:

  1. 1

    ระยะฟักตัวเท่ากัน — 3–6 วันหลังสัมผัสเชื้อ

  2. 2

    ระยะของโรคใกล้เคียง — 7–10 วันสำหรับทั้งคู่

  3. 3

    หลักการดูแลที่บ้านเหมือนกัน — อาหารเย็นนิ่มจืด ป้องกันขาดน้ำ ลดไข้

  4. 4

    ระยะแพร่เชื้อหลังหายใกล้เคียงกัน — ไวรัสในอุจจาระอยู่ได้หลายสัปดาห์หลังหายอาการ

  5. 5

    ไม่มียาเฉพาะสำหรับทั้งสองโรค — เพราะเป็นไวรัส การดูแลคือการประคองอาการเท่านั้น

นี่คือเหตุผลที่ในทางปฏิบัติ พ่อแม่ไม่ต้องกังวลมากว่าหมอวินิจฉัยเป็นโรคไหน — แผนการดูแลที่บ้านส่วนใหญ่เหมือนกัน

ถ้าหมอบอกว่าเฮอร์แปงไจนา จะดูแลต่างจาก HFMD ไหม

คำตอบสั้น ๆ: ส่วนใหญ่ไม่ต่าง

หลักการดูแลที่บ้านเหมือนกันทั้งสองโรค:

ดูแลแผลในปาก

  • อาหารเย็น นิ่ม จืด หลีกเลี่ยงร้อน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด แข็ง กรอบ
  • ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเช็ดเบา ๆ หรือบ้วนน้ำเปล่าหลังกิน

ป้องกันขาดน้ำ

  • ให้ดื่มน้ำเย็นบ่อย ๆ
  • ผลไม้ฉ่ำน้ำ หรือสารละลายเกลือแร่สำหรับเด็กเมื่อเหมาะสม
  • ของเย็น เช่น นมเย็น ไอติม โยเกิร์ตเย็น เพื่อช่วยให้กลืนสบายขึ้น

ลดไข้

  • พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว
  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น
  • แต่งตัวให้ระบายอากาศ

ความต่างเล็กน้อย

  • ใน Herpangina ลูกอาจเจ็บคอลึกกว่า ทำให้กลืนยากกว่า — โฟกัสที่อาหารเหลวที่ดื่มได้ง่าย เช่น โจ๊กน้ำ ซุปใส
  • ใน HFMD ต้องดูแลผื่นที่มือ-เท้า-ก้นเพิ่ม — ห้ามเจาะตุ่ม ตัดเล็บลูกสั้น
สัญญาณที่ควรพบแพทย์

ถ้าลูกไข้สูง ดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อย ซึมมาก หรือเจ็บคอจนกลืนน้ำลายไม่ได้ ควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรดูแลเองต่อเพียงเพราะคิดว่าเป็นไวรัสที่มักหายเอง

ถ้าอยากอ่านการดูแลแบบเต็ม รวมทั้งกรณีที่ลูกกินดื่มลำบาก:

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย

ลูกเคยเป็น HFMD แล้ว ยังเป็น Herpangina ได้ไหม?

ได้ เพราะเป็นจากสายพันธุ์ที่ต่างกันในกลุ่ม Enterovirus ภูมิต่อสายพันธุ์หนึ่งไม่ครอบคลุมอีกสายพันธุ์

Herpangina รุนแรงกว่า HFMD ไหม?

ส่วนใหญ่ใกล้เคียงกันและมักหายได้ด้วยการดูแลประคองอาการ แต่ Herpangina บางครั้งทำให้ไข้สูงและเจ็บคอลึกกว่า ส่วน HFMD บางสายพันธุ์ เช่น EV71 เป็นกลุ่มที่แพทย์เฝ้าระวังมากกว่าเพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในเด็กส่วนน้อย

ถ้าหมอวินิจฉัยว่า HFMD แต่ลูกไม่มีผื่นเลย เป็นไปได้ไหม?

เป็นไปได้ใน 2 กรณี — (1) ระยะแรกของ HFMD ที่ผื่นยังไม่ขึ้น (2) HFMD บางเคสผื่นเบามาก หรือถ้าหมอเห็นอาการเข้ากับ HFMD โดยรวม อาจเป็นไปได้ ปรึกษาหมอเพื่อยืนยัน

Herpangina ติดต่อง่ายเท่า HFMD ไหม?

ใกล้เคียงกัน เพราะใช้กลไกการแพร่เชื้อเดียวกัน (น้ำลาย อุจจาระ พื้นผิว) แต่ HFMD แพร่ผ่านตุ่มน้ำที่ผิวเพิ่ม ซึ่ง Herpangina ไม่มี

ลูกเป็น Herpangina ต้องหยุดเรียนเหมือน HFMD ไหม?

ส่วนใหญ่ใช่ หลักการเดียวกัน — รอจนไข้ลด แผลในปากตื้น และดื่มกินได้ใกล้ปกติ ส่วนใหญ่ 7–10 วัน

ลูกมีแผลในปากแต่ไม่ใช่ทั้ง HFMD และ Herpangina คืออะไรได้บ้าง?

อาจเป็นแผลร้อนใน เริม ทอนซิลอักเสบ หรือสาเหตุอื่น ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรค

ถ้ายังไม่แน่ใจ — ขั้นต่อไปคืออะไร

ถ้าลูกมีไข้ + แผลในปาก แต่ยังไม่เห็นผื่นที่มือ เท้า หรือก้น ลองรอดูอีก 1–2 วัน ถ้าผื่นที่มือ เท้า หรือก้นขึ้นร่วมกับแผลในปาก จะนึกถึงมือเท้าปากมากขึ้น ถ้าไม่ขึ้นก็อาจนึกถึง Herpangina มากขึ้น แต่ทั้งสองกรณียังไม่แทนการวินิจฉัย หากไม่แน่ใจควรให้แพทย์ประเมิน

เลือกหน้าที่ตรงกับสถานการณ์ตอนนี้:

ถ้าอยากเทียบลักษณะอาการแบบลึก

อาการมือเท้าปากในเด็ก

ดูลักษณะแผล ผื่น และไข้ของ HFMD แบบละเอียด เทียบกับลูก

อ่านต่อ →
ถ้าสงสัยว่าเป็นสาเหตุอื่น

HFMD เทียบกับแผลร้อนใน เริม ทอนซิลอักเสบ

แยกแผลในปากจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ HFMD/Herpangina

อ่านต่อ →
ถ้าลูกเจ็บมาก กินดื่มไม่ได้

เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้

แนวทางจัดการเฉพาะช่วงที่ลูกเจ็บปากมาก (ใช้ได้ทั้ง 2 โรค)

อ่านต่อ →
ถ้าอยากดูแลที่บ้านแบบเป็นระบบ

วิธีดูแลลูกมือเท้าปากที่บ้าน

คู่มือดูแลครบ ตั้งแต่ไข้ แผล ผื่น อาหาร (ใช้กับ Herpangina ได้)

อ่านต่อ →
ถ้าต้องการภาพรวมโรค

ทำความรู้จักโรคมือเท้าปาก

กลับไปหน้าหลักรู้จักโรคมือเท้าปาก เพื่ออ่านอย่างเป็นลำดับ

อ่านต่อ →

ถ้ายังแยกไม่ออก ปรึกษากุมารแพทย์ — การส่องดูในปากเด็กเล็กยาก หมอวินิจฉัยได้แม่นกว่า

กุมารแพทย์ไทยกำลังตรวจช่องปากเด็กในห้องตรวจ
ถ้ายังแยกไม่ออก ปรึกษากุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด