มือเท้าปาก vs แผลร้อนใน / เริม / ทอนซิลอักเสบ — แยกอย่างไร

ลูกเริ่มบ่นเจ็บปาก ไม่ยอมกิน หรือมีไข้ พ่อแม่เปิดดูในปาก เห็นจุดแดงหรือแผลเล็ก ๆ — แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นโรคอะไร

อาการ “เจ็บปาก + แผลในปาก” ในเด็กเกิดได้จากหลายโรค ที่พบบ่อยที่สุด 4 โรค ได้แก่ มือเท้าปาก (HFMD), แผลร้อนใน, เริม, และทอนซิลอักเสบ ทั้ง 4 โรคนี้ดูคล้ายกันในระยะแรก แต่ต่างกันที่สาเหตุ การดูแล และระยะเวลาที่หาย

หน้านี้ช่วยให้พ่อแม่เทียบความต่างของทั้ง 4 โรค เพื่อเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้นและตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรดูแลต่ออย่างไร หรือควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร

อ่าน 8-10 นาที อัปเดตพฤษภาคม 2569 สำหรับพ่อแม่ที่กำลังเทียบอาการของลูก
แม่ชาวไทยกำลังเทียบลักษณะแผลในปากของลูกเพื่อแยกโรค
อาการเจ็บปากในเด็กเกิดได้จากหลายโรค ที่พบบ่อยที่สุดคือ 4 โรคนี้

ทำไม 4 โรคนี้สับสนกันได้ในเด็ก

ทั้ง 4 โรคเริ่มจากอาการที่คล้ายกันมาก:

  • ลูกเริ่มบ่นเจ็บปาก
  • ไม่อยากกินอาหาร โดยเฉพาะของแข็งหรือร้อน
  • น้ำลายไหลผิดปกติ
  • บางคนมีไข้ร่วม
  • เห็นจุดแดงหรือแผลในปากเมื่อส่องดู

ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก พ่อแม่หลายคนยังไม่รู้ว่าเป็นโรคไหน เพราะลักษณะของแผลในปากในระยะแรกของทั้ง 4 โรคดูใกล้เคียงกัน

ความต่างจะปรากฏชัดในวันที่ 2–4 เมื่อ:

  • HFMD เริ่มมีผื่นที่มือ-เท้า-ก้น
  • เริม เริ่มเห็นกลุ่มตุ่มน้ำที่ริมฝีปากภายนอกหรือเหงือกบวมแดง
  • ทอนซิลอักเสบ ทอนซิลบวมแดงและอาจมีคราบหนอง
  • แผลร้อนใน มักไม่มีไข้และไม่มีอาการอื่นนอกจากแผล 1–3 จุด

นี่คือเหตุผลที่บางครั้งต้องรอ 1–2 วันถึงจะแยกออก — และทำไมถ้ายังสงสัย ปรึกษาหมอเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

คำตอบสั้น ๆ — 4 โรคต่างกันที่ไหน

ถ้ายังไม่มีเวลาอ่านยาว นี่คือสรุป:

HFMD (มือเท้าปาก)
  • แผลในปากกระจายหลายจุด + ผื่นที่มือ-เท้า-ก้น
  • ไข้ปานกลาง
  • ติดต่อจากเอนเทอโรไวรัส
  • หาย 7–10 วัน
แผลร้อนใน (Aphthous ulcer)
  • แผลเดี่ยวหรือไม่กี่จุด ไม่มีผื่นที่อื่น
  • มักไม่มีไข้
  • ไม่ติดต่อ — เกี่ยวข้องกับปัจจัยภายในหลายอย่าง
  • หาย 7–14 วัน
เริม (Herpes simplex)
  • ตุ่มน้ำเป็นกลุ่มที่ริมฝีปากภายนอก หรือเหงือกบวมแดง
  • มีไข้ในการเป็นครั้งแรก
  • ติดต่อ จากไวรัสเริม (HSV) คนละกลุ่มกับ HFMD
  • ครั้งแรกใช้เวลานานกว่า ครั้งต่อมาเร็วขึ้น
ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
  • ทอนซิลบวมแดง บางครั้งมีคราบหนอง
  • เจ็บคอเด่นกว่าแผลในปาก
  • ไข้สูง
  • เกิดได้ทั้งจากไวรัสและแบคทีเรีย ควรให้แพทย์ประเมิน

จุดต่างที่ช่วยให้พ่อแม่ “นึกถึงโรคที่เป็นไปได้มากขึ้น” คือ:

  • แผลในปากร่วมกับผื่นที่มือ เท้า หรือก้น → นึกถึง HFMD มากขึ้น
  • ตุ่มน้ำเป็นกลุ่มบริเวณริมฝีปากภายนอกหรือรอบปาก → นึกถึงเริมมากขึ้น
  • เจ็บคอเด่น ทอนซิลบวมแดง หรือมีคราบหนอง → ควรให้แพทย์ประเมินทอนซิลอักเสบ
  • แผลเดี่ยวหรือไม่กี่จุด ไม่มีไข้ ไม่มีผื่น ไม่มีอาการระบบอื่น → นึกถึงแผลร้อนในมากขึ้น

แต่การยืนยันโรคควรให้แพทย์หรือบุคลากรสุขภาพประเมินร่วมกับอาการจริง

ตารางเทียบ 4 โรคแบบเร็ว

ตารางด้านล่างเทียบ 9 จุดสำคัญของทั้ง 4 โรค เพื่อให้พ่อแม่ดูภาพรวมในที่เดียว (รายละเอียดของแต่ละโรคจะอธิบายในส่วนถัดไป)

สาเหตุ
HFMDไวรัส Enterovirus
แผลร้อนในปัจจัยภายในหลายอย่าง (ไม่ใช่การติดเชื้อ)
เริมไวรัส Herpes simplex (HSV)
ทอนซิลอักเสบไวรัสหรือแบคทีเรีย
ติดต่อหรือไม่
HFMDติดต่อง่าย
แผลร้อนในไม่ติดต่อ
เริมติดต่อ
ทอนซิลอักเสบติดต่อ
ไข้
HFMD38–39°C
แผลร้อนในมักไม่มี
เริมมี (โดยเฉพาะครั้งแรก)
ทอนซิลอักเสบสูง 38.5–40°C
ตำแหน่งแผล
HFMDลิ้น เพดาน กระพุ้งแก้ม คอหอยตอนหน้า
แผลร้อนในในปาก จุดเดียวหรือไม่กี่จุด
เริมริมฝีปากภายนอก เหงือก
ทอนซิลอักเสบทอนซิลและรอบทอนซิล
ลักษณะแผล
HFMDจุดแดงเล็ก → ตุ่มน้ำ → แผลตื้น ขอบแดง
แผลร้อนในแผลกลม ขอบขาว ขอบแดง 2–8 มม.
เริมกลุ่มตุ่มน้ำใส → สะเก็ด
ทอนซิลอักเสบไม่ใช่แผล — แต่ทอนซิลบวมแดง อาจมีคราบหนอง
ผื่นที่มือ-เท้า-ก้น
HFMDมี (จุดเด่น)
แผลร้อนในไม่มี
เริมไม่มี (อาจมีตุ่มที่ใบหน้าได้)
ทอนซิลอักเสบโดยทั่วไปไม่มี
เด็กรู้สึกอย่างไร
HFMDเจ็บปาก + ไม่สบายตัว
แผลร้อนในเจ็บจุดที่แผลเป็นหลัก
เริมเจ็บปาก + แสบ + บางครั้งหนาวสั่น
ทอนซิลอักเสบเจ็บคอเด่น กลืนลำบาก
ระยะของโรค
HFMD7–10 วัน
แผลร้อนใน7–14 วัน
เริม7–14 วัน (ครั้งแรก) / สั้นกว่า (ครั้งต่อ)
ทอนซิลอักเสบ5–10 วัน ขึ้นกับสาเหตุ
การดูแลหลัก
HFMDประคองอาการ
แผลร้อนในประคองอาการ + ดูแลปัจจัยภายใน
เริมปรึกษาแพทย์
ทอนซิลอักเสบปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
ภาพประกอบเปรียบเทียบ 4 โรคในช่องปากที่พบบ่อยในเด็ก
ตารางเทียบ 4 โรค — HFMD, แผลร้อนใน, เริม, ทอนซิลอักเสบ

ทำความรู้จักแต่ละโรคแบบสั้น

มือเท้าปาก (HFMD) — ทบทวนสั้น ๆ

มือเท้าปากเกิดจากไวรัสกลุ่ม Enterovirus เป็นโรคติดต่อในเด็กที่พบบ่อย ลักษณะเด่นคือมีแผลในปากร่วมกับผื่นที่มือ ฝ่าเท้า รอบก้น

อ่านรายละเอียดเต็ม:

แผลร้อนใน (Aphthous ulcer) — โรคไม่ติดต่อ

แผลร้อนใน หรือ aphthous ulcer เป็นแผลในปากที่ไม่ใช่โรคติดต่อ สาเหตุเกี่ยวข้องได้หลายปัจจัย เช่น การระคายเคืองหรือกัดกระพุ้งแก้ม ความเครียด นอนน้อย การขาดสารอาหารบางชนิด ฮอร์โมนเปลี่ยน หรือบางครั้งหาสาเหตุชัดเจนไม่ได้

ลักษณะ:

  • แผลกลมหรือรี ขอบสีขาวอมเทา ขอบรอบแดง
  • ขนาดเล็ก 2–4 มม. แต่บางครั้งใหญ่ถึง 1 ซม.
  • มัก 1–3 จุด ไม่กระจายเป็นหลายสิบจุดเหมือน HFMD
  • เกิดที่กระพุ้งแก้ม ลิ้นด้านข้าง เหงือก หรือใต้ลิ้น
  • ไม่ค่อยมีไข้ ไม่มีอาการอื่นนอกจากแผล

แผลร้อนในหายเอง 7–14 วัน บางคนเป็นเป็นรอบ ๆ ทุก 1–3 เดือน

ถ้าลูกมีแผลร้อนในซ้ำหลายครั้ง หรือแผลใหญ่กว่า 1 ซม. ควรปรึกษาหมอ

อ่านสาเหตุของแผลร้อนในแบบลึก ที่ www.แผลในปาก.com

ภาพประกอบทางการแพทย์แสดงลักษณะของแผลร้อนในในช่องปาก
แผลร้อนในมักเป็นแผลกลม ขอบขาว ขอบรอบแดง 1–3 จุด ไม่ติดต่อ

เริม (Herpes simplex) — โรคติดต่อจากไวรัสคนละกลุ่ม

เริมในเด็กเกิดจากไวรัส Herpes simplex virus (HSV) ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเดียวกับ Enterovirus ของ HFMD

ลักษณะของเริมในเด็ก:

  • ในการเป็นครั้งแรก (primary herpes) — มักมีไข้ เหงือกบวมแดง บางครั้งมีน้ำลายไหลมาก
  • ตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่ม มักที่ริมฝีปากภายนอก หรือรอบปาก
  • บางครั้งตุ่มขึ้นที่เหงือกและเพดาน
  • ตุ่มน้ำแตกเป็นแผล แล้วตกสะเก็ด
  • ในการเป็นครั้งต่อ ๆ มา (recurrent) — แผลเดิม ๆ ที่จุดเดิม ไม่มีไข้ หายเร็วขึ้น

HFMD มักเด่นที่แผลในช่องปากและผื่นที่มือ เท้า หรือก้น ส่วนตุ่มน้ำเป็นกลุ่มบริเวณริมฝีปากภายนอกหรือรอบปากควรนึกถึงเริมมากขึ้น

เริมในเด็กในการเป็นครั้งแรกควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินการดูแลที่เหมาะสม

ภาพประกอบทางการแพทย์แสดงลักษณะของเริมที่ริมฝีปาก
เริมเป็นกลุ่มตุ่มน้ำใสที่ริมฝีปากภายนอก ต่างจาก HFMD ที่ไม่ขึ้นที่นี่

ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) — ปัญหาที่คอ

ทอนซิลอักเสบเกิดจากการอักเสบของต่อมทอนซิลที่อยู่ด้านข้างคอ

ลักษณะ:

  • ทอนซิลบวมแดงชัด
  • บางครั้งมีคราบหนองสีเหลือง-ขาวบนทอนซิล
  • ไข้สูง 38.5–40°C
  • เจ็บคอเด่นกว่าแผลในปาก
  • กลืนลำบากชัดเจน
  • อาจมีต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม
  • โดยทั่วไปไม่มีผื่นที่มือ-เท้า-ก้นแบบ HFMD

ทอนซิลอักเสบเกิดได้ทั้งจากไวรัสและแบคทีเรีย หากแพทย์ประเมินว่าน่าจะเป็นแบคทีเรีย อาจต้องใช้ยาฆ่าเชื้อตามดุลพินิจแพทย์ ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อให้ลูกกินเอง

ภาพประกอบทางการแพทย์แสดงทอนซิลอักเสบที่บวมแดงและมีคราบหนอง
ทอนซิลอักเสบทำให้ทอนซิลบวมแดง บางครั้งมีคราบหนองสีเหลือง

4 จุดที่พ่อแม่ใช้แยกได้

จุดที่ 1 — ตำแหน่งและลักษณะของแผล

HFMDตำแหน่ง: ลิ้น เพดาน กระพุ้งแก้ม  ·  ลักษณะ: ตุ่มน้ำ → แผลตื้น ขอบแดง  ·  จำนวน: หลายจุด
แผลร้อนในตำแหน่ง: กระพุ้งแก้ม ลิ้นด้านข้าง เหงือก  ·  ลักษณะ: แผลกลม ขอบขาว ขอบแดง  ·  จำนวน: 1–3 จุด
เริมตำแหน่ง: ริมฝีปากภายนอก เหงือก  ·  ลักษณะ: ตุ่มน้ำเป็นกลุ่ม → สะเก็ด  ·  จำนวน: กลุ่มเดียวหรือไม่กี่กลุ่ม
ทอนซิลอักเสบตำแหน่ง: ทอนซิล (ไม่ใช่แผล)  ·  ลักษณะ: ทอนซิลบวมแดง อาจมีคราบหนอง  ·  จำนวน: ทอนซิล 1 หรือ 2 ข้าง

จุดที่ 2 — ผื่นที่ผิวหนัง (มี/ไม่มี)

  • HFMD: มีผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้น (จุดเด่น)
  • แผลร้อนใน: ไม่มีผื่นที่อื่น
  • เริม: ไม่มีผื่นที่มือ-เท้า แต่อาจมีตุ่มน้ำที่ใบหน้า/รอบปาก
  • ทอนซิลอักเสบ: โดยทั่วไปไม่มีผื่นที่มือ เท้า หรือก้นแบบ HFMD แต่บางกรณีของการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดอาจมีผื่นร่วมด้วย จึงควรให้แพทย์ประเมิน

จุดที่ 3 — ลักษณะของไข้

  • HFMD: 38–39°C อยู่ 2–4 วัน
  • แผลร้อนใน: มักไม่มีไข้
  • เริม: มีไข้ในการเป็นครั้งแรก ครั้งต่อมามักไม่มี
  • ทอนซิลอักเสบ: ไข้สูง 38.5–40°C เด่นชัด

ถ้าลูกมี ไข้สูงและเจ็บคอเด่น — ควรให้แพทย์ประเมินทอนซิลอักเสบ

ถ้าลูกมี ไข้ปานกลางและเจ็บปาก — นึกถึง HFMD หรือเริมมากขึ้น

จุดที่ 4 — โรคนี้ติดต่อหรือไม่

  • HFMD: ติดต่อง่ายมาก ผ่านน้ำลาย ตุ่มน้ำ อุจจาระ พื้นผิว
  • แผลร้อนใน: ไม่ติดต่อ เพราะไม่ใช่การติดเชื้อ
  • เริม: ติดต่อผ่านน้ำลาย จูบ สัมผัสตุ่มน้ำ
  • ทอนซิลอักเสบ: ติดต่อผ่านละอองทางเดินหายใจ

ถ้าลูกในห้องเรียนหลายคนเริ่มเป็นพร้อมกัน — นึกถึงโรคติดต่อในกลุ่มเด็ก เช่น HFMD หรือทอนซิลอักเสบ

ถ้าลูกเป็นเดี่ยว ๆ และไม่มีคนรอบข้างเป็น — นึกถึงแผลร้อนในมากขึ้น

ภาพประกอบ 4 จุดที่พ่อแม่ใช้แยก 4 โรคในช่องปากของเด็ก
4 จุดสำคัญ — ตำแหน่งแผล / ผื่น / ไข้ / การติดต่อ

ถ้าแยกไม่ออก — ใครควรไปหาหมอเร็ว

แม้พ่อแม่จะเทียบลักษณะดูแล้ว บางสถานการณ์ก็ควรไปหาหมอโดยไม่รอชัดเจน:

ต้องไปหาหมอเร็ว
  • ลูกอายุน้อยกว่า 1 ปีและมีไข้+แผลในปาก
  • ไข้สูงที่ไม่ลดตามคาด หรือเจ็บคอเด่น
  • ลูกไม่ยอมดื่มน้ำเลย ปัสสาวะน้อย (ขาดน้ำ)
  • เริมในการเป็นครั้งแรก
  • ตุ่มน้ำขนาดใหญ่ผิดปกติ มีคราบหนอง
  • ลูกซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น
  • สงสัยทอนซิลอักเสบ
  • แผลในปากของลูกไม่หายเกิน 2 สัปดาห์
รอดูที่บ้านก่อนได้
  • ลูกอายุมากกว่า 1 ปี
  • ไข้ปานกลาง
  • ลูกยังกินดื่มได้พอ
  • ไม่มีสัญญาณรุนแรง

หากอาการเปลี่ยนเร็ว ไข้สูงขึ้น ดื่มได้น้อยลง แผลเพิ่มมาก หรือพ่อแม่ไม่มั่นใจว่าเป็นโรคใด ควรปรึกษาแพทย์แทนการรอดูต่อ

อ่านสัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ที่ แบบไหนควรไปพบแพทย์ →

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย

ลูกเป็นแผลในปากแต่ไม่มีอาการอื่นเลย คืออะไรได้บ้าง?

มักนึกถึงแผลร้อนใน โดยเฉพาะถ้าเป็นแผลเดียวหรือไม่กี่จุด ไม่มีไข้ และไม่มีผื่น ปกติหายเองใน 7–14 วัน หากแผลเป็นนานหรือซ้ำบ่อย ควรปรึกษาแพทย์

ลูกเป็นทอนซิลอักเสบบ่อย ๆ ต้องผ่าออกไหม?

การตัดสินใจผ่าทอนซิลขึ้นกับความถี่ของการเป็นและผลกระทบ ปรึกษากุมารแพทย์หรือ ENT ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินเองได้

ลูกเป็นเริมที่ปาก ติดให้พ่อแม่ได้ไหม?

ได้ ถ้าจูบหรือใช้แก้วน้ำร่วมในช่วงที่ตุ่มน้ำยังมี ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เคยติดไวรัสนี้แล้วและมีภูมิ — แต่ถ้าผู้ใหญ่ที่บ้านมีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรระวัง

ลูกเป็นแผลร้อนในซ้ำ ๆ ทุก 1–2 เดือน เป็นเพราะอะไร?

เกี่ยวข้องได้หลายปัจจัย เช่น ความเครียด นอนน้อย การขาดสารอาหารบางชนิด หรือบางคนเป็นเพราะกัดกระพุ้งแก้มเป็นประจำ ถ้าเป็นบ่อยมาก ควรปรึกษาหมอ

ถ้าหมอวินิจฉัยว่าเป็นทอนซิลอักเสบจากแบคทีเรียและสั่งยาฆ่าเชื้อ ต้องกินครบไหม?

ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นทอนซิลอักเสบจากแบคทีเรียและสั่งยาฆ่าเชื้อ ควรกินตามแพทย์สั่งให้ครบ ไม่หยุดเองแม้อาการดีขึ้น

ลูกเป็นแผลในปาก ใช้ยาทาตัวเดียวกันได้ทั้ง 4 โรคไหม?

ไม่ควร ยาทาที่เหมาะกับแต่ละโรคต่างกัน บางตัวห้ามใช้กับเด็กเล็ก บางตัวห้ามใช้กับแผลจากไวรัส ปรึกษาเภสัชกรหรือหมอก่อนใช้

ถ้าลูกเป็นแผลในปาก ไม่ใช่ทั้ง 4 โรคนี้ คืออะไรได้อีก?

ยังมีอีกหลายสาเหตุ เช่น แผลจากกัด แผลจากการดัดฟัน แผลจากการขาดวิตามิน B12/iron แผลจาก oral thrush อ่านเพิ่มที่ www.แผลในปาก.com

ถ้ายังไม่แน่ใจ — ขั้นต่อไปคืออะไร

เลือกหน้าที่ตรงกับสถานการณ์ตอนนี้:

ถ้าสงสัย HFMD

อาการมือเท้าปากในเด็ก

อ่านลักษณะอาการของ HFMD แบบลึก เทียบกับลูก

อ่านต่อ →
ถ้าสงสัย Herpangina

HFMD vs Herpangina

แผลในปากลึก ไม่มีผื่น อาจไม่ใช่ HFMD แต่เป็น Herpangina

อ่านต่อ →
ถ้าสงสัยแผลร้อนใน เริม หรือสาเหตุอื่น

www.แผลในปาก.com

อ่านรายละเอียดสาเหตุของแผลในปากในเด็กและผู้ใหญ่

อ่านต่อ →
ถ้าสงสัยทอนซิลอักเสบ

แบบไหนควรไปพบแพทย์

อ่านสัญญาณที่ต้องให้แพทย์ประเมิน รวมถึงทอนซิลอักเสบ

อ่านต่อ →
ถ้าลูกเจ็บมาก กินดื่มไม่ได้

เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้

แนวทางจัดการช่วงที่ลูกเจ็บปากมาก ใช้ได้ทั้งหลายโรค

อ่านต่อ →
ถ้าต้องการภาพรวมโรค

ทำความรู้จักโรคมือเท้าปาก

กลับไปหน้าหลักรู้จักโรคมือเท้าปาก อ่านอย่างเป็นลำดับ

อ่านต่อ →

ถ้ายังแยกไม่ออก ปรึกษากุมารแพทย์ — การส่องดูในปากเด็กเล็กยาก หมอวินิจฉัยได้แม่นกว่า

กุมารแพทย์ไทยกำลังตรวจช่องปากเด็กในห้องตรวจ
ถ้ายังแยกไม่ออก ปรึกษากุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด