มือเท้าปากแบบไหนควรไปพบแพทย์ — 3 ระดับสัญญาณที่พ่อแม่ต้องรู้

ลูกเป็นมือเท้าปาก พ่อแม่หลายคนเจอคำถามเดียวกัน — “ตอนนี้ลูกควรไปโรงพยาบาลหรือยัง”

บางครั้งคำตอบชัด เช่น ลูกซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น — ทุกคนรู้ว่าต้องไปทันที แต่บางครั้งคำตอบไม่ชัด เช่น ลูกมีไข้ ดื่มน้ำได้บ้าง แต่ไม่เยอะ — ควรไปไหม

หน้านี้ช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยแบ่งสัญญาณออกเป็น 3 ระดับ ที่ใช้ได้ทันที พร้อมจุดที่ควรปรึกษาแพทย์เมื่อไม่แน่ใจ

อ่าน 10-12 นาที อัปเดตพฤษภาคม 2569 สำหรับพ่อแม่ที่กำลังตัดสินใจเรื่องลูก
แม่ชาวไทยกำลังตัดสินใจว่าควรพาลูกที่เป็นมือเท้าปากไปโรงพยาบาลหรือไม่
คำถามที่พ่อแม่หลายคนเจอ — “ตอนนี้ลูกควรไปโรงพยาบาลหรือยัง”
สรุป 3 ระดับใน 30 วินาที
ระดับ 1 — ไปห้องฉุกเฉินทันที

ซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น / กระตุก ชัก / สะดุ้งซ้ำ ๆ ผิดปกติ / หายใจเร็วหรือหอบผิดปกติ ตัวซีดเขียว / ปัสสาวะออกน้อยลงชัดเจนหรือไม่ออกนานผิดปกติ (ผ้าอ้อมแห้งนานผิดปกติในเด็กเล็ก) ร่วมกับปากแห้ง ซึม หรือดื่มไม่ได้

ระดับ 2 — ควรไปพบแพทย์ภายในวันนี้

ไข้สูงที่ไม่ลดลงตามคาดหรือสูงต่อเนื่องหลายวัน / ดื่มน้ำได้น้อยมาก / อาเจียนซ้ำ / อายุน้อยกว่า 1 ปี / แผลเพิ่มมากเร็ว

ระดับ 3 — ดูแลที่บ้านได้ แต่เฝ้าระวัง

ไข้ปานกลาง / ดื่มได้พอ / ตื่นเล่นปกติ / ผื่นเป็นไปตามที่คาด

หากไม่แน่ใจระหว่างระดับ ให้เลือกระดับที่สูงกว่าเสมอ

หมายเลขที่ควรรู้
1669 — หากมีสัญญาณระดับ 1 และเดินทางเองไม่ปลอดภัย โทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน 1330 — หากไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินแต่ไม่แน่ใจเรื่องสิทธิการรักษา สามารถติดต่อ 1330 ได้

ทำไมพ่อแม่ตัดสินใจยากในเรื่องนี้

มือเท้าปากส่วนใหญ่หายเองได้ที่บ้าน — เด็กจำนวนมากที่ได้รับการดูแลทันสามารถฟื้นตัวได้ดีโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

แต่ในกลุ่มเล็ก ๆ ที่ติดเชื้อรุนแรง อาจมีภาวะที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน โดยเฉพาะในบางสายพันธุ์ เช่น EV71 ซึ่งแพทย์มักเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนมากกว่า (รายละเอียดเรื่องสายพันธุ์และวัคซีนอ่านเพิ่มที่ แนวทางการป้องกันมือเท้าปาก)

ความยากของพ่อแม่คือ:

  • อาการในวันแรก ๆ คล้ายไข้หวัดทั่วไป
  • ส่วนใหญ่จะหายเอง แต่ไม่มีใครรู้แน่ว่าลูกเราจะเป็นกลุ่มไหน
  • สัญญาณรุนแรงบางอย่างเปลี่ยนได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ไปโรงพยาบาลทุกครั้งก็เครียดและเสี่ยงรับเชื้ออื่น แต่รอนานเกินก็เสี่ยง

วิธีจัดการที่ดีที่สุดคือ — มีรายการสัญญาณที่ชัดเจนติดตัว เพื่อให้ตัดสินใจได้เร็วโดยไม่ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง

ภาพรวม — 3 ระดับสัญญาณของมือเท้าปาก

เพื่อให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แบ่งสัญญาณออกเป็น 3 ระดับ:

ระดับ 1 — ฉุกเฉินทันที

เป็นสัญญาณที่บอกว่ามีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน

ระดับ 2 — ควรไปพบแพทย์ภายในวันนี้

ยังไม่ใช่ระดับฉุกเฉิน แต่อาการเริ่มหนักพอที่จะต้องให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรรอจนข้ามคืน ไปคลินิกหรือ OPD ภายในวันได้

ระดับ 3 — ดูแลที่บ้านได้ แต่เฝ้าระวัง

อาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดูแลที่บ้านได้ แต่พ่อแม่ต้องสังเกตอาการเปลี่ยนแปลง ถ้าอาการแย่ลงให้ขยับขึ้นระดับ 2 หรือ 1

หลักการสำคัญ:

หากไม่แน่ใจระหว่างระดับ ให้เลือกระดับที่สูงกว่าเสมอ — ดีกว่าไปแล้วหมอบอกว่าไม่เป็นไร ดีกว่ารอจนสาย

ภาพประกอบ 3 ระดับสัญญาณของมือเท้าปาก แดง-เหลือง-เขียว
3 ระดับสัญญาณ — แดง: ฉุกเฉิน / เหลือง: ไปวันนี้ / เขียว: ดูแลที่บ้าน

🔴 ระดับ 1 — ฉุกเฉินทันที (ไปห้องฉุกเฉินเลย)

สัญญาณกลุ่มนี้บอกว่ามีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน ไม่ต้องรอเช้า ไม่ต้องนัดหมอ ไปห้องฉุกเฉินทันที

Emergency: หากเดินทางเองไม่ปลอดภัย — โทร 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน

สัญญาณระบบประสาท

  • ลูกซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น — แม้กระตุ้นแล้วก็ไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • กระตุก หรือชัก — แม้สั้น ๆ แค่ครั้งเดียว
  • สะดุ้งหรือกระตุกซ้ำ ๆ ผิดปกติ — โดยไม่ได้เกิดจากเสียงดังหรือการตกใจทั่วไป โดยเฉพาะถ้าเกิดบ่อยตอนหลับ หรือร่วมกับซึม ไข้สูง หรือพฤติกรรมเปลี่ยน (ในทางการแพทย์เรียกว่า myoclonic jerks)
  • เดินเซ ทรงตัวลำบาก (ในเด็กที่เดินได้แล้ว)
  • คอแข็ง — ก้มคอแล้วเด็กร้องเจ็บ หรือก้มไม่ได้

สัญญาณกลุ่มนี้คือสิ่งที่แพทย์เฝ้าระวังมากที่สุดในเด็กที่เป็นมือเท้าปาก เพราะเกี่ยวข้องกับการอักเสบของระบบประสาท

สัญญาณขาดน้ำรุนแรง

  • ปัสสาวะออกน้อยลงชัดเจนหรือไม่ออกนานผิดปกติ เช่น ผ้าอ้อมแห้งนานผิดปกติในเด็กเล็ก ร่วมกับปากแห้ง ซึม หรือดื่มไม่ได้
  • ปัสสาวะสีเข้มจัด เหลืองเข้มหรือน้ำตาล
  • ปากแห้งมาก ลิ้นแห้งจัด
  • ตาโหล ลึก ผิดจากเดิม
  • ร้องไห้ไม่มีน้ำตา
  • ในทารก — กระหม่อมยุบ ผิดจากปกติ
  • ผิวเหี่ยว ดึงขึ้นมาแล้วคืนช้า

ในเด็กเล็ก ขาดน้ำเปลี่ยนเร็วกว่าผู้ใหญ่ — โดยเฉพาะเด็กที่ดื่มน้ำได้น้อยเพราะเจ็บปากมาก (อ่านวิธีดูแลตอนลูกกินดื่มไม่ได้ที่ เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้)

สัญญาณระบบหายใจ / หัวใจ

  • หายใจเร็วผิดปกติ หอบ
  • หายใจมีเสียงครืดคราด หรือเสียงผิดปกติ
  • ตัวซีดเขียว โดยเฉพาะที่ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้า
  • ใจสั่น ใจเต้นเร็วผิดปกติ มือเย็นซีด
  • เหงื่อแตกมากกว่าปกติ ในขณะที่ไข้ไม่สูง

สัญญาณกลุ่มนี้พบได้น้อยมาก แต่ถ้าพบควรไปห้องฉุกเฉินทันทีและบอกหมอว่าลูกเป็นมือเท้าปาก

ระดับ 1 = ไม่รอ ไปทันที
ภาพประกอบสัญญาณฉุกเฉินของมือเท้าปากที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที
สัญญาณระดับ 1 — ไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอเช้า

🟡 ระดับ 2 — ควรไปพบแพทย์ภายในวันนี้ (ไม่ต้องห้องฉุกเฉิน แต่ห้ามรอข้ามคืน)

สัญญาณกลุ่มนี้บอกว่าอาการเริ่มหนักพอที่จะต้องให้แพทย์ประเมิน แต่ยังไม่ถึงระดับฉุกเฉิน — ควรไปคลินิกหรือ OPD โรงพยาบาลภายในวัน

ไข้

  • ไข้สูงและไม่ลดลงหลังการดูแลตามคำแนะนำที่เคยได้รับ
  • ไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน
  • ไข้กลับมาสูงอีกหลังจากเริ่มลด

การกินดื่ม

  • ดื่มน้ำได้น้อยมากตลอดทั้งวัน (น้อยกว่าครึ่งของปกติ)
  • ปฏิเสธทั้งน้ำและนม ไม่ยอมรับอะไรเลยต่อเนื่องเป็นเวลานานผิดปกติ
  • อาเจียนซ้ำ ๆ จนกินอะไรไม่ได้
  • ปัสสาวะน้อยกว่าปกติแต่ยังพอออก (ยังไม่ถึงระดับ 1)

กลุ่มอายุ

  • ลูกอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีไข้ + แผลในปาก — ควรให้หมอประเมินแม้อาการยังไม่หนัก
  • ทารกแรกเกิดต่ำกว่า 3 เดือน — ปรึกษาหมอทันที ไม่ต้องรอสัญญาณอื่น

แผลและผื่น

  • แผลในปากเพิ่มมากเร็วผิดปกติในเวลาอันสั้น
  • ตุ่มน้ำขนาดใหญ่ผิดปกติ หรือมีคราบหนอง
  • ผื่นกระจายไปทั่วร่างกายแบบไม่เคยเห็นใน HFMD ปกติ

ทั่วไป

  • ลูกเริ่มซึมลงจากเดิม แต่ยังตื่นพูดคุยได้ — ถ้าซึมมากขึ้นเรื่อย ๆ ขยับเป็นระดับ 1
  • ปวดหัวมากผิดปกติ (ในเด็กที่บอกได้)
  • พ่อแม่รู้สึกว่า “ผิดปกติ” แต่บอกไม่ถูกว่าอะไร — สัญชาตญาณของพ่อแม่มีความสำคัญ
ระดับ 2 = ไปวันนี้ ไม่ข้ามคืน
ภาพประกอบสัญญาณระดับ 2 ของมือเท้าปากที่ควรไปพบแพทย์ภายในวันนี้
สัญญาณระดับ 2 — ไปคลินิกหรือ OPD ภายในวันนี้ ไม่ข้ามคืน

🟢 ระดับ 3 — ดูแลที่บ้านได้ แต่ต้องเฝ้าระวัง

ส่วนใหญ่ของเด็กที่เป็นมือเท้าปากอยู่ในระดับนี้ ดูแลที่บ้านได้ แต่ต้องเฝ้าระวังว่าอาการอาจขยับขึ้นได้

ลักษณะที่อยู่ในระดับ 3

  • ไข้ต่ำถึงปานกลาง และลดลงได้หลังการดูแลตามคำแนะนำเดิมที่เคยได้รับ โดยลูกยังรู้สึกตัวดีและดื่มได้พอ
  • ปัสสาวะออกปกติ (ผ้าอ้อมเปียกตามช่วงเวลาปกติ)
  • ลูกยังตื่นเล่น พูดคุย ดูทีวีได้บ้าง แม้จะงอแงกว่าปกติ
  • ผื่นและแผลในปากเป็นไปตามที่คาด ไม่กระจายผิดปกติ
  • อายุมากกว่า 1 ปี

สิ่งที่ต้องทำที่บ้าน

  • เฝ้าดูสัญญาณระดับ 1 และ 2 เป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ
  • จดเวลาที่ลูกดื่มน้ำ ปัสสาวะ เพื่อดู pattern
  • วัดไข้เป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ และเมื่ออาการดูเปลี่ยนไป
  • ดูแลแผลในปากเพื่อให้ลูกกินดื่มได้
  • สังเกตการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม
ระดับ 3 = ดูแลที่บ้านได้ แต่อย่าวางมือ

อ่านวิธีดูแลที่บ้านแบบเต็มที่ การดูแลลูกมือเท้าปากที่บ้าน →

อ่านวิธีดูแลเมื่อลูกกินดื่มไม่ค่อยได้ที่ เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้ →

ครอบครัวไทยกำลังดูแลลูกที่เป็นมือเท้าปากระดับเฝ้าระวังที่บ้าน
สัญญาณระดับ 3 — ดูแลที่บ้านได้ แต่อย่าวางมือจากการสังเกต

เด็กกลุ่มที่ต้องระวังมากกว่ากลุ่มอื่น

เด็กบางกลุ่มมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่า — กลุ่มเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เร็วกว่าปกติ แม้อาการยังดูไม่หนัก:

  • ทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี — โดยเฉพาะต่ำกว่า 6 เดือน
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจแต่กำเนิด ปอดผิดปกติ ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • เด็กที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือเคมีบำบัด
  • เด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย
  • เด็กที่เคยมีประวัติชักจากไข้

ในกลุ่มเหล่านี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มสงสัยว่าเป็น HFMD — ไม่ต้องรอสัญญาณรุนแรง

ภาพประกอบกลุ่มเด็กที่ต้องระวังมากกว่ากลุ่มอื่นเมื่อเป็นมือเท้าปาก
กลุ่มเด็กที่ควรปรึกษาแพทย์เร็วกว่าปกติ

ก่อนไปโรงพยาบาล — เตรียมตัวอย่างไร

ถ้าตัดสินใจไปแล้ว เตรียมข้อมูลเหล่านี้ติดตัวไปด้วย จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้เร็วขึ้น:

ข้อมูลของลูก
  • อายุ น้ำหนัก
  • ประวัติแพ้ยา
  • โรคประจำตัว ยาที่กินเป็นประจำ
  • วัคซีนที่ได้รับล่าสุด
ประวัติการเจ็บป่วยครั้งนี้
  • เริ่มมีอาการตั้งแต่เมื่อไร
  • ไข้สูงสุดเท่าไร วัดได้กี่ครั้ง เวลาไหน
  • ลูกกินดื่มได้แค่ไหน ครั้งสุดท้ายเมื่อไร
  • ปัสสาวะครั้งสุดท้ายเมื่อไร
  • ยาที่ให้กินแล้ว ปริมาณ เวลา
  • มีคนรอบข้างเป็นมือเท้าปากด้วยไหม
สิ่งที่ควรเอาไปด้วย
  • บัตรประชาชน / สูติบัตรของลูก
  • บัตรประกันสุขภาพ (ถ้ามี)
  • สมุดบันทึกวัคซีน
  • ของเล่นหรือผ้าห่มที่ลูกชอบ (ช่วยให้สงบในห้องตรวจ)
  • น้ำดื่ม / นมในขวดที่คุ้นเคย
ถ้าไปกลางดึก
  • เตรียมเสื้อผ้าและของใช้สำหรับ admit (เผื่อต้องนอนโรงพยาบาล)
พ่อแม่ชาวไทยกำลังเตรียมข้อมูลและของใช้ก่อนพาลูกไปโรงพยาบาล
เตรียมข้อมูลและของใช้ก่อนไป — ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้เร็วขึ้น

ระหว่างทางไปโรงพยาบาล — ทำอะไรได้บ้าง

ถ้าเดินทางไปเอง (ไม่ใช่รถพยาบาล):

  • ให้คนที่ไม่ได้ขับรถนั่งคู่ลูก — เฝ้าดูการหายใจและสีผิว
  • ถ้าลูกไข้สูง — เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องระหว่างทางได้
  • ถ้าลูกดื่มได้ — ให้จิบน้ำเรื่อย ๆ
  • ถ้าลูกอาเจียน — ตะแคงหัวลูกเพื่อป้องกันสำลัก
  • ไม่ควรให้ยาเพิ่มระหว่างทางเอง — หากไม่แน่ใจเรื่องขนาดยา เวลาให้ยาครั้งล่าสุด หรือชนิดยา ควรรอให้แพทย์ประเมินก่อน
  • ไม่ควรให้น้ำเย็นจัด ถ้าลูกอ่อนเพลีย
ถ้าระหว่างทางลูกแย่ลงกะทันหัน

หากลูกซึมลง ชัก หายใจลำบาก หรือซีดเขียวระหว่างทาง — โทร 1669 ขอรถพยาบาล หรือแวะโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ไม่ต้องไปโรงพยาบาลที่ตั้งใจไว้แต่แรก

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย

ลูกเป็นมือเท้าปาก มีไข้สูงแต่ยังเล่นได้ ต้องไปหาหมอไหม?

ขึ้นกับว่าไข้เป็นมากี่วันและลูกดื่มน้ำได้แค่ไหน ถ้าไข้สูงต่อเนื่องหลายวันหรือลดยาก ควรไปพบแพทย์วันนี้ (ระดับ 2) ถ้าไข้สูงแต่ลดได้และลูกยังกินดื่มเล่นได้ ดูแลที่บ้านก่อนได้ แต่เฝ้าระวัง

ลูกเป็นมือเท้าปากกลางดึก ไข้สูง ควรไปห้องฉุกเฉินเลยไหม?

ถ้ามีสัญญาณระดับ 1 เช่น ซึมผิดปกติ ชัก หายใจผิดปกติ หรือขาดน้ำรุนแรง ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอดูอาการ

แต่ถ้ามีเพียงไข้สูง ลูกยังรู้สึกตัวดี ดื่มได้ และไม่มีสัญญาณอันตราย ให้ลดไข้ตามคำแนะนำที่เคยได้รับ เช็ดตัว และเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด หากไข้ไม่ลด อาการแย่ลง หรือพ่อแม่ไม่มั่นใจ ให้ไปพบแพทย์

ทำไมหมอบอกว่าลูกเป็นมือเท้าปากธรรมดา ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่บอกให้ระวัง?

เพราะมือเท้าปากในเด็กส่วนใหญ่หายเอง แต่ในกลุ่มเล็ก ๆ อาจมีอาการรุนแรงตามมาในวันที่ 2–4 หมอกำลังให้พ่อแม่เฝ้าระวังสัญญาณระดับ 1 ที่บ้าน

ลูกซึมลง แต่ยังตื่นได้ ตอบสนองได้ ถือว่าเป็นระดับไหน?

ขึ้นกับระดับความซึม

ถ้าตื่นได้ ตอบสนองได้ แค่งอแงและเบื่อ — ระดับ 3 เฝ้าระวัง

ถ้าซึมลงจนไม่ค่อยอยากเล่น ไม่ค่อยพูด — ระดับ 2 ควรพบแพทย์วันนี้

ถ้าปลุกแล้วไม่ค่อยตื่น ตอบสนองช้าผิดปกติ — ระดับ 1 ไปทันที

โทร 1669 กับ 1330 ต่างกันอย่างไร?

1669 คือสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน ใช้เมื่อมีสัญญาณระดับ 1 และเดินทางไปเองไม่ปลอดภัย หรือลูกชัก หายใจลำบาก ซีดเขียว

1330 คือสายด่วน สปสช. สำหรับสอบถามสิทธิการรักษา ไม่ใช่สายฉุกเฉิน — เหมาะกับกรณีที่ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินแต่ไม่แน่ใจเรื่องสิทธิการรักษา

ถ้าไม่แน่ใจระหว่างระดับ ทำอย่างไร?

เลือกระดับที่สูงกว่าเสมอ หรือโทรปรึกษาคลินิกเด็ก/โรงพยาบาลที่เคยพาลูกไปก่อน หลายที่มีพยาบาลให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์

ถ้าลูกอยู่ในระดับ 2 ไปคลินิกหรือ OPD โรงพยาบาลดีกว่ากัน?

ถ้ามีกุมารแพทย์ประจำที่ลูกเคยไป — ไปที่นั่น

ถ้าไม่มี — OPD โรงพยาบาลเด็กหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านที่มีกุมารแพทย์ คลินิกทั่วไปพอประเมินเบื้องต้นได้ ถ้าหมอเห็นว่าต้องส่งต่อจะส่งให้

ขั้นต่อไป

เลือกหน้าที่ตรงกับสถานการณ์ตอนนี้:

ถ้ามีสัญญาณระดับ 1

ไปห้องฉุกเฉินทันที

หากเดินทางเองไม่ปลอดภัย โทร 1669 — ปิดหน้านี้และไปเลย

โทร 1669 →
ถ้ามีสัญญาณระดับ 2

เตรียมตัวไปคลินิก / OPD วันนี้

เตรียมข้อมูลตามเช็กลิสต์ก่อนไป — ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยเร็วขึ้น

ดูเช็กลิสต์ →
ถ้าอยู่ในระดับ 3

การดูแลลูกที่บ้าน

วิธีดูแลที่บ้านแบบเต็มที่ — ไข้ แผล อาหาร ของใช้

อ่านต่อ →
ถ้าลูกเจ็บปากมาก กินดื่มไม่ได้

เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้

แนวทางจัดการช่วงที่ลูกเจ็บปาก กลัวขาดน้ำ

อ่านต่อ →
ถ้ายังเทียบอาการอยู่

อาการมือเท้าปากในเด็ก

อ่านลักษณะอาการของ HFMD แบบลึก เทียบกับลูก

อ่านต่อ →
ถ้าอยากเข้าใจโรคโดยรวมก่อน

มือเท้าปากเกิดจากเชื้ออะไร

รู้จักเชื้อสาเหตุ การติดต่อ และระยะของโรค

อ่านต่อ →

ถ้ายังไม่แน่ใจ ปรึกษากุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ — โดยเฉพาะถ้าลูกอายุน้อยหรือมีโรคประจำตัว

กุมารแพทย์ไทยกำลังให้คำปรึกษาแม่ลูกที่เป็นมือเท้าปากในห้องตรวจ
ถ้าไม่แน่ใจ ปรึกษากุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ