คำตอบสั้น ๆ ก่อน — สำหรับพ่อแม่ที่ไม่มีเวลา
ถ้ายังไม่มีเวลาอ่านยาว นี่คือสรุป — แล้วถ้าอยากเข้าใจที่มาที่ไปของแต่ละข้อ อ่านต่อด้านล่างได้
เกิดจากอะไร: ไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ที่ทำให้เป็นมือเท้าปากได้ สายพันธุ์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ Coxsackievirus A16, A6, A10 และที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ Enterovirus 71 (EV71)
ติดต่อทางไหน: 4 ช่องหลัก — น้ำลายและน้ำมูก, ของเหลวจากตุ่มน้ำที่แตก, อุจจาระ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน
ลูกมักติดมาจาก: ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล สนามเด็กเล่นรวม บ้านที่มีพี่น้อง และจากผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อโดยไม่มีอาการ
เด็กเป็นง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะภูมิคุ้มกันยังไม่เคยเจอสายพันธุ์เหล่านี้มาก่อน และมีพฤติกรรมเอาของเข้าปาก
เคยเป็นแล้วยังเป็นอีกได้ เพราะภูมิต่อสายพันธุ์หนึ่งไม่ครอบคลุมสายพันธุ์อื่น
ไวรัสที่ทำให้เกิดมือเท้าปาก เป็นกลุ่มไหน
มือเท้าปากไม่ได้เกิดจากเชื้อตัวเดียว แต่เกิดจากกลุ่มไวรัสที่เรียกว่า Enterovirus ซึ่งเป็นกลุ่มไวรัสขนาดเล็กที่ชอบอยู่ในระบบทางเดินอาหาร (จึงมีคำว่า entero ที่แปลว่าลำไส้)
ในกลุ่มนี้มีสายพันธุ์ย่อยมากมาย แต่กลุ่มที่ทำให้เกิดมือเท้าปากเป็นหลักมี 2 กลุ่ม คือ Coxsackievirus กลุ่ม A และ Enterovirus 71 (EV71) ทั้งสองกลุ่มนี้ทำให้เกิดอาการคล้ายกัน — แผลในปาก ผื่นที่มือ-เท้า-ก้น ไข้ — แต่มีจุดต่างที่พ่อแม่ควรรู้
-
กลุ่มใหญ่ที่ครอบเรื่องนี้
Enterovirus — ครอบครัวใหญ่ของไวรัสกลุ่มนี้
Enterovirus เป็นชื่อกลุ่ม ไม่ใช่ชื่อเชื้อตัวเดียว ในกลุ่มนี้มีไวรัสหลายสายพันธุ์ที่ทำให้เป็นมือเท้าปากได้ และยังมีอีกหลายสายพันธุ์ที่ทำให้เป็นโรคอื่น เช่น เฮอร์แปงไจนา
-
สายพันธุ์ที่พบได้บ่อย
Coxsackievirus A16, A6, A10 — สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยในเด็ก
Coxsackievirus A16 เป็นสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยในหลายการระบาดของมือเท้าปาก เด็กที่เป็นจาก A16 ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายเองได้ภายในประมาณ 7-10 วัน
นอกจาก A16 ยังมี Coxsackievirus A6 และ A10 ที่พบเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง โดย A6 มักทำให้ผื่นและตุ่มน้ำกระจายมากกว่า A16 บางครั้งเลยขึ้นเหนือเข่า เลยข้อศอก และที่หน้า แต่ความรุนแรงโดยรวมของอาการมักไม่ต่างกันมาก ส่วน A10 พบน้อยกว่า มักทำให้แผลในปากเด่นชัดกว่าผื่นที่ผิวหนัง
ประเด็นที่พ่อแม่ควรเข้าใจ: ทั้ง A16, A6, A10 ทำให้เกิด “มือเท้าปาก” เหมือนกัน แต่ลักษณะภายนอกของผื่นและแผลอาจดูต่างกันเล็กน้อย ถ้าลูกเคยเป็นครั้งหนึ่งและเป็นอีกครั้งโดยลักษณะดูต่างจากเดิม ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
-
สายพันธุ์ที่ต้องระมัดระวัง
Enterovirus 71 (EV71) — สายพันธุ์ที่แพทย์เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
EV71 เป็นสายพันธุ์ในกลุ่ม Enterovirus ที่ทำให้เกิดมือเท้าปากได้เหมือน Coxsackievirus แต่มีจุดที่พ่อแม่ควรรู้เพิ่ม:
EV71 มีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระบบประสาทรุนแรงได้มากกว่าสายพันธุ์อื่น เด็กส่วนใหญ่ที่ติด EV71 ยังหายเอง แต่กลุ่มเล็ก ๆ อาจมีอาการรุนแรงขึ้นเร็ว เช่น ซึมผิดปกติ สะดุ้งผวาบ่อย เดินเซ หายใจผิดปกติ
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ไม่ใช่ทุกเคสมือเท้าปากเกิดจาก EV71 และไม่ใช่ทุกเคส EV71 จะมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง — แต่ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นคือเหตุผลที่แพทย์เฝ้าระวังกลุ่มนี้เป็นพิเศษ
ถ้าอยากเห็นว่าผื่นและแผลในปากของลูกตรงกับลักษณะของมือเท้าปากไหม อ่านที่ อาการมือเท้าปากในเด็ก ดูอย่างไร หรือถ้าอยากเข้าใจ EV71 และวิธีตัดสินใจเรื่องวัคซีนแบบลึก อ่านที่ คู่มือป้องกันมือเท้าปาก
4 ช่องทางที่ลูกอาจติดเชื้อมา
ไวรัสมือเท้าปากกระจายผ่าน 4 ช่องหลัก พ่อแม่ควรเข้าใจทั้งหมด เพราะแต่ละช่องต้องการการป้องกันที่ต่างกัน
ทางน้ำลายและน้ำมูก
ในช่วงที่เด็กกำลังป่วย ไวรัสจะปนอยู่ในน้ำลายและน้ำมูก เมื่อเด็กไอ จาม คายของเล่นที่อมในปาก หรือพูดใกล้ ๆ ละอองที่ออกมาสามารถพาไวรัสไปถึงเด็กคนอื่นได้
ทางตุ่มน้ำที่แตก
ตุ่มน้ำใสที่ขึ้นตามมือ เท้า ก้น และในปากของเด็กที่ป่วยมีไวรัสอยู่จริง ๆ ภายใน ถ้าตุ่มแตกและของเหลวสัมผัสกับมือคนอื่น หรือสัมผัสกับพื้นผิวที่คนอื่นไปจับต่อ ก็แพร่ได้
ทางอุจจาระ — ช่องที่หลายบ้านลืม
ไวรัสมือเท้าปากอยู่ในอุจจาระของเด็กที่ป่วยได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มมีอาการ ไปจนถึง 4-8 สัปดาห์หลังลูกหาย ห้องน้ำ ผ้าอ้อม และคนที่เปลี่ยนผ้าอ้อมจึงเป็นจุดที่ต้องระวังต่อเนื่อง
ทางพื้นผิวที่ปนเปื้อน
ของเล่น โต๊ะ ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ แก้วน้ำ ช้อน — ทุกพื้นผิวที่เด็กป่วยสัมผัสและเด็กคนต่อมาก็สัมผัส คือทางแพร่ทางอ้อม ไวรัสอยู่บนพื้นผิวได้หลายชั่วโมงถึงหลายวัน
ช่องนี้คือเหตุผลที่การป้องกันมือเท้าปากต่างจากหวัดทั่วไป เพราะหวัดไม่แพร่ทางอุจจาระแบบนี้ ห้องน้ำของเด็กที่เคยเป็นจึงยังเป็นแหล่งแพร่ได้นานหลังลูกหาย — ไม่ได้แปลว่าต้องตื่นตระหนก แต่หมายความว่า การล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และการดูแลห้องน้ำให้สะอาด สำคัญพอ ๆ กับการล้างมือก่อนกินอาหาร
ลูกติดมาจากไหนได้บ้าง — สถานที่ที่พบบ่อย
จาก 4 ช่องทางข้างต้น ลองมาดูในชีวิตจริงว่าลูกอาจติดจากที่ไหน
-
ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล
เป็นแหล่งที่พบมากที่สุด เพราะเด็กอยู่ใกล้ชิดกัน ใช้ของเล่นร่วม เอาของเข้าปาก และครูที่ดูแลก็สัมผัสเด็กหลายคนตลอดวัน
-
บ้านที่มีพี่น้อง
ถ้าคนหนึ่งเป็น โอกาสที่อีกคนเป็นต่อสูงมาก เพราะใช้ห้องน้ำเดียวกัน เล่นด้วยกัน บางครั้งกินของในจานเดียวกัน
-
สนามเด็กเล่นรวมในห้างหรือสวนสาธารณะ
เด็กหลายคนสัมผัสของเล่นเดียวกัน บางคนกำลังเริ่มเป็นแต่ยังไม่มีอาการ — และระยะแพร่เชื้อเริ่มก่อนผื่นจะขึ้น
-
บ้านญาติช่วงวันหยุด
โดยเฉพาะถ้ามีเด็กในบ้านนั้นด้วย การเล่นด้วยกันสองสามชั่วโมงก็เพียงพอที่จะแลกไวรัสกันได้
-
ผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อโดยไม่มีอาการ
บางคนติดไวรัสและปล่อยออกมาในน้ำลายได้โดยไม่รู้ตัว เพราะอาการอ่อนหรือไม่มีอาการ — แต่สามารถส่งให้เด็กในบ้านได้
ในหลายกรณี พ่อแม่หาต้นทางที่ลูกติดไม่เจอ — ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะระยะแพร่เชื้อเริ่มก่อนมีอาการ และอาจเริ่มจากใครที่อาการอ่อนจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็น
ทำไมเด็กถึงเป็นง่ายกว่าผู้ใหญ่
หลายบ้านสังเกตว่า ทั้งบ้านมีคนเป็นมือเท้าปากแค่เด็ก ผู้ใหญ่ไม่เป็น (หรืออาการน้อยมาก) มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 3 ข้อ
-
1
ภูมิคุ้มกันยังไม่เคยเจอสายพันธุ์เหล่านี้
ผู้ใหญ่ส่วนมากเคยเป็นมือเท้าปากตอนเด็ก หรือเคยสัมผัสไวรัสกลุ่ม Enterovirus ในระดับอ่อน ๆ ตลอดชีวิต ทำให้ภูมิคุ้มกันรู้จักไวรัสกลุ่มนี้พอสมควร เด็กยังไม่มีประสบการณ์ภูมิคุ้มกันแบบนี้
-
2
พฤติกรรมเอาของเข้าปาก
เด็กเล็กเรียนรู้โลกผ่านปาก ทุกของเล่น ทุกมือ ทุกของรอบตัว มีโอกาสเข้าปากหมด ทำให้รับไวรัสได้ง่ายกว่า — เป็นพัฒนาการปกติ ไม่ใช่ข้อผิดของพ่อแม่
-
3
ระบบสุขอนามัยส่วนตัวยังไม่ดีเท่าผู้ใหญ่
เด็กล้างมือไม่ทั่ว ยังไม่ระวังเรื่องห้องน้ำ และยังไม่เข้าใจการแยกของใช้ — ค่อย ๆ สอนได้ตามวัย
นี่ไม่ได้แปลว่าผู้ใหญ่ปลอดภัย ผู้ใหญ่ก็ติดได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ดูแลเด็กป่วยใกล้ชิด แต่ส่วนใหญ่อาการอ่อนกว่ามาก บางครั้งไม่มีอาการเลยแม้ปล่อยไวรัสออกมา
เคยเป็นแล้ว ทำไมยังเป็นอีก
หนึ่งในคำถามที่พ่อแม่งงที่สุดคือ “ลูกเคยเป็นปีที่แล้วนี่ ทำไมยังเป็นอีก?”
คำตอบเรียบง่าย: มือเท้าปากมีหลายสายพันธุ์
เมื่อลูกเป็นจาก Coxsackievirus A16 ครั้งหนึ่ง ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อ A16 ภูมินี้อยู่ได้นาน บางคนตลอดชีวิต แต่ภูมิตัวนี้ ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์อื่น เช่น A6, A10, EV71
ดังนั้นถ้าลูกเจอ A6 หลังจากเคยเป็น A16 ลูกก็ติดได้อีก — เพราะร่างกายไม่เคยรู้จัก A6 มาก่อน
- เด็กบางคนเป็น 2-3 ครั้งในวัยเด็ก เป็นเรื่องปกติของโรคนี้
- ครั้งใหม่อาจอาการเหมือนเดิม เบากว่า หรือหนักกว่าก็ได้
- “เคยเป็นแล้ว” ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัยตลอดไป”
- การเป็นซ้ำไม่ได้แปลว่าลูกภูมิต่ำหรือพ่อแม่ดูแลไม่ดี — แค่เจอสายพันธุ์ใหม่ที่ภูมิเดิมไม่รู้จัก
อ่านเพิ่มเรื่องการเป็นซ้ำและสัญญาณที่บอกว่าลูกอาจกำลังเป็นใหม่ ที่ คู่มือระยะฟื้นตัวและการเป็นซ้ำของมือเท้าปาก
คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย
มือเท้าปากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส?
ไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย เพราะเหตุนี้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (antibiotic) จึงไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้น
ลูกติดจากแม่ที่ดูแลใกล้ชิดได้ไหม?
ได้ และเกิดบ่อย แม่ที่ดูแลลูกป่วยมีโอกาสติดเอง บางครั้งอาการอ่อนจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็น
เด็กติดมาแล้วกี่วันถึงเริ่มมีอาการ?
ระยะฟักตัวประมาณ 3-6 วัน บางคนถึง 7 วัน รายละเอียดอ่านที่ ระยะฟักตัวของมือเท้าปาก
ลูกที่กำลังเป็น แพร่เชื้อช่วงไหนหนักที่สุด?
สัปดาห์แรกของอาการ — เป็นช่วงที่ไวรัสในน้ำลาย ตุ่มน้ำ และอุจจาระมีปริมาณมากที่สุด
แต่อย่าลืมว่าไวรัสในอุจจาระยังออกได้อีก 4-8 สัปดาห์หลังหาย ดังนั้นการล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมและหลังห้องน้ำยังจำเป็นอยู่
HFMD เหมือนกับเฮอร์แปงไจนาไหม?
คล้ายกัน เพราะอยู่ในกลุ่มไวรัสเดียวกัน แต่ไม่เหมือนทั้งหมด อ่านความต่างที่ มือเท้าปากกับเฮอร์แปงไจนา ต่างกันอย่างไร
ถ้าลูกแค่มีแผลในปาก ไม่มีผื่นที่มือ-เท้า เป็น HFMD แน่ไหม?
ไม่แน่ แผลในปากเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น แผลร้อนใน เริม ทอนซิลอักเสบ อ่านความต่างที่ มือเท้าปากกับแผลร้อนใน เริม ทอนซิลอักเสบ ต่างกันอย่างไร หรือถ้าสงสัยว่าเป็นแผลในปากแบบอื่นที่ไม่ใช่ HFMD อ่านที่ www.แผลในปาก.com
ในบ้านที่มีคนเป็น คนอื่นต้องทำยังไง?
แยกของใช้ ล้างมือบ่อยในจังหวะที่ใช่ ทำความสะอาดห้องน้ำเป็นพิเศษ รายละเอียดทั้งหมด อ่านที่ วิธีดูแลลูกมือเท้าปากที่บ้าน
เมื่อรู้แล้วว่าลูกอาจติดมายังไง — ขั้นต่อไปคืออะไร
ถ้าตอนนี้ลูกกำลังเป็น เข้าใจเรื่องเชื้อและการติดต่อแล้ว ขั้นต่อไปสำหรับพ่อแม่คือเลือกแนวทางที่ตรงกับสถานการณ์ของบ้านตอนนี้
ถ้ายังต้องการเข้าใจโรคนี้ตั้งแต่ต้นในภาพรวม กลับไปที่ หน้าหลัก ทำความรู้จักโรคมือเท้าปาก เพื่ออ่านอย่างเป็นลำดับ