ทำไมหลังหายมือเท้าปาก การขับถ่ายของลูกถึงเปลี่ยนไป
ในช่วงที่ลูกป่วย ร่างกายเจอการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งกินได้น้อยลงเพราะเจ็บปาก ดื่มน้ำน้อยลง กิจวัตรการกินการนอนรวน และในบางกรณีอาจมีถ่ายเหลวหรือได้รับยาบางอย่างร่วมด้วย เมื่อสิ่งเหล่านี้รวมกัน ระบบทางเดินอาหารจึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะกลับเข้าจังหวะเดิม
สิ่งที่หลายบ้านเจอหลังลูกหาย ได้แก่ ท้องผูก อุจจาระแข็งกว่าเดิม ถ่ายห่างขึ้น หรือในบางคนถ่ายเหลวต่อเนื่องอีกสองสามวัน และบางคนถ่ายไม่เป็นเวลาเหมือนก่อนป่วย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนสงสัย และส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ
ลำไส้ของลูกเจออะไรมาบ้างตอนป่วย
ก่อนจะดูแลให้ถูก ลองเข้าใจก่อนว่าช่วงป่วยที่ผ่านมา ลำไส้ของลูกผ่านอะไรมาบ้าง
กินได้น้อย ดื่มน้อย ช่วงเจ็บปาก
เมื่อแผลในปากทำให้เจ็บจนกินและดื่มได้น้อยลง อาหารที่เข้าสู่ลำไส้ก็น้อยลงตามไปด้วย โดยเฉพาะกากใยและของเหลว ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ เมื่อทั้งสองอย่างลดลงพร้อมกันหลายวัน อุจจาระจึงแข็งหรือถ่ายห่างกว่าเดิมได้ และเมื่อลูกเริ่มกลับมากินได้ ลำไส้ก็ต้องปรับตัวรับอาหารที่หลากหลายขึ้นอีกครั้ง
ถ้าเคยถ่ายเหลวหรือได้รับยาบางชนิด
ในบางกรณี เด็กอาจมีถ่ายเหลวร่วมด้วยระหว่างป่วย หรือได้รับยาที่มีผลต่อระบบทางเดินอาหารตามที่แพทย์สั่ง สิ่งเหล่านี้อาจทำให้การขับถ่ายเปลี่ยนไปชั่วคราว และต้องใช้เวลาให้ลำไส้ค่อย ๆ ปรับตัวกลับเข้าจังหวะที่คุ้นเคยอีกครั้ง
ลำไส้ที่ดีทำงานอย่างไร และ “จุลินทรีย์ดี” เกี่ยวอะไร
ในลำไส้ของเราทุกคนมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งชนิดที่เป็นประโยชน์และชนิดที่ไม่เป็นประโยชน์ เมื่อจุลินทรีย์ที่ดีมีสัดส่วนเหมาะสม ลำไส้ก็มักทำงานได้ราบรื่น ทั้งการย่อย การดูดซึม และการขับถ่าย เราเรียกสิ่งนี้ว่า สภาพแวดล้อมในลำไส้ที่เอื้อต่อการทำงานตามธรรมชาติ
จุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้ต้องการ “อาหาร” ของมันเองเพื่อเติบโต เมื่อได้รับสิ่งที่เหมาะสม มันจะช่วยให้สภาพแวดล้อมในลำไส้เหมาะกับการทำงานตามธรรมชาติของระบบย่อยและการขับถ่ายมากขึ้น รวมถึงช่วยให้อุจจาระอุ้มน้ำได้ดี เนื้อนุ่ม และเคลื่อนผ่านลำไส้ได้สะดวกขึ้น
หลังลูกป่วย ช่วงที่กินได้น้อยและกิจวัตรรวน จุลินทรีย์ดีเหล่านี้อาจได้รับ “อาหาร” น้อยลงไปด้วย การค่อย ๆ ให้ลูกกลับมากินอาหารหลากหลายจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพาลำไส้กลับเข้าสู่จังหวะตามธรรมชาติ
พรีไบโอติกคืออะไร ต่างจากโพรไบโอติกอย่างไร
คำที่พ่อแม่มักได้ยินบ่อยมีอยู่สองคำที่ฟังคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน
พรีไบโอติก (Prebiotic)
“อาหารของจุลินทรีย์ดี” ที่มีอยู่แล้วในลำไส้ ช่วยให้จุลินทรีย์ดีเติบโตและทำงานได้ดีขึ้น
เป็นใยอาหาร ไม่ใช่ตัวจุลินทรีย์
โพรไบโอติก (Probiotic)
จุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งเติมเข้าไปในร่างกายโดยตรง เช่น แบคทีเรียในโยเกิร์ต
เป็นตัวจุลินทรีย์จริง ๆ
พูดง่าย ๆ คือ แทนที่จะเติมตัวจุลินทรีย์เข้าไป พรีไบโอติกทำหน้าที่เลี้ยงจุลินทรีย์ดีที่ลูกมีอยู่แล้วให้ทำงานได้ดีขึ้น
พรีไบโอติกชนิดหนึ่งที่พูดถึงบ่อยในบริบทการดูแลลำไส้คือกลุ่มที่เรียกว่า FOS (ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์) ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำ จุลินทรีย์ดีบางชนิดสามารถใช้ FOS เป็นอาหาร ทำให้สภาพแวดล้อมในลำไส้เอื้อต่อการทำงานตามธรรมชาติของระบบขับถ่ายมากขึ้น และอาจช่วยสนับสนุนให้อุจจาระมีลักษณะที่ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นในบางคน เมื่อได้รับน้ำและอาหารตามวัยเพียงพอร่วมด้วย
จุดนี้สำคัญสำหรับช่วงหลังป่วย เพราะเป็นช่วงที่ลำไส้ของลูกเพิ่งผ่านช่วงกินน้อยและกิจวัตรรวนมา การได้รับพรีไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสมกับวัยจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการขับถ่ายตามธรรมชาติ — โดยขอบเขตของมันอยู่ที่เรื่องลำไส้และการขับถ่ายเท่านั้น
ค่อย ๆ พาลำไส้และการกินของลูกกลับเข้าที่
เมื่อลูกเริ่มหายดี การพาระบบขับถ่ายกลับเข้าที่มักทำได้ด้วยแนวทางอ่อนโยนและไม่ต้องเร่ง
-
1
น้ำเพียงพอเป็นอันดับแรก
การขาดน้ำคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอุจจาระแข็งหลังป่วย ให้ลูกดื่มน้ำให้เพียงพอตามวัยตลอดวัน โดยไม่ต้องรอให้กระหาย
-
2
ค่อย ๆ เพิ่มกากใยตามวัย
เช่น ผลไม้ฉ่ำน้ำ ผักที่ปรุงนุ่ม และข้าวหรือธัญพืชที่ลูกคุ้นเคย โดยให้กลับมาทีละน้อยตามที่ลูกรับไหว ไม่ฝืนปริมาณ
-
3
คงเวลากินให้สม่ำเสมอ
การมีมื้ออาหารที่เป็นเวลาช่วยให้ลำไส้จับจังหวะการขับถ่ายได้ใหม่อีกครั้ง แม้จะกินได้น้อยกว่าปกติในช่วงแรก
-
4
เพิ่มความหลากหลายเมื่อลูกพร้อม
เริ่มจากอาหารที่คุ้นเคยและย่อยง่าย แล้วขยายออกเมื่อลูกเริ่มกินได้มากขึ้น ไม่มีความจำเป็นต้องเร่ง
สัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์
ส่วนใหญ่การขับถ่ายจะค่อย ๆ กลับเข้าที่ภายในไม่กี่วันถึงราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินตามอาการจริงของลูก โดยเฉพาะเมื่อท้องผูกหรือถ่ายเหลวต่อเนื่องเกินกว่าหนึ่งถึงสองสัปดาห์ หรือเมื่อลูกดูไม่สบายตัวจากการขับถ่าย
อ่านเพิ่มเติม: มือเท้าปากแบบไหนควรไปพบแพทย์
- ถ่ายเหลวมากจนกังวลเรื่องการขาดน้ำ
- มีเลือดปนในอุจจาระ
- ปวดท้องรุนแรง หรืออาเจียนต่อเนื่อง
- ลูกซึมลง ดูไม่ค่อยตอบสนอง
- ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน ปากแห้ง
อ่านเพิ่มเติม: เมื่อไรต้องพาลูกไปโรงพยาบาล
คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย
หลังหายมือเท้าปาก ลูกท้องผูกปกติไหม
พบได้บ่อย เพราะช่วงป่วยลูกมักกินและดื่มน้อยลง ทำให้กากใยและน้ำลดลง ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อกลับมากินดื่มได้ตามปกติ
หากเกินหนึ่งถึงสองสัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น หรือลูกดูไม่สบายตัว ควรปรึกษาแพทย์
ลูกถ่ายเหลวหลังหาย ต้องกังวลไหม
ถ้าถ่ายเหลวเล็กน้อยและลูกยังกินดื่มได้ ดูสดชื่น มักค่อย ๆ ดีขึ้น
แต่ถ้าถ่ายเหลวมาก มีเลือดปน หรือมีสัญญาณขาดน้ำ ควรพาไปพบแพทย์
ต้องให้พรีไบโอติกหรือโพรไบโอติกไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป เด็กหลายคนกลับเข้าที่ได้ด้วยน้ำ อาหารกากใย และเวลา
หากต้องการเสริม ควรเลือกให้เหมาะกับวัยและใช้ตามฉลาก และเข้าใจว่าขอบเขตของพรีไบโอติกอยู่ที่ลำไส้และการขับถ่ายเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการทำให้หายเร็วขึ้นหรือป้องกันการเป็นซ้ำ
ให้กินอาหารปกติได้เลยไหม หรือต้องระวังอะไร
ค่อย ๆ กลับมาทีละน้อยตามที่ลูกรับไหว ไม่ต้องฝืน เริ่มจากอาหารที่ลูกคุ้นเคยและย่อยง่าย แล้วเพิ่มความหลากหลายเมื่อลูกพร้อม
ไม่จำเป็นต้องงดอาหารกลุ่มใดเป็นพิเศษ ยกเว้นอาหารที่กระตุ้นให้ท้องเสียหรืออาหารที่ลูกยังไม่คุ้นเคยในช่วงแรก