มือเท้าปาก.com
ที่พึ่งของพ่อแม่
เมื่อลูกเป็นมือเท้าปาก

เข้าใจโรค ดูแลลูกถูกจุด และพาลูกผ่านช่วงกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้ได้อย่างปลอดภัย — รวมทุกเรื่องที่พ่อแม่ต้องรู้ ตั้งแต่วันแรกที่สงสัยว่าลูกเป็น ไปจนถึงวันที่ลูกหายดี

ลูกกำลังเป็นอยู่ตอนนี้? เริ่มที่ "ลูกเป็นแล้ว กินไม่ได้"
คุณแม่ชาวไทยอุ้มลูกวัยเตาะแตะที่ป่วยมือเท้าปากในบ้านบรรยากาศอบอุ่น
มือเท้าปากไม่ใช่แค่โรคของเด็ก — มันคือช่วงเวลาที่ทั้งครอบครัวต้องผ่านไปด้วยกัน
สถานการณ์ปี 2568

สถานการณ์ปี 2568 — มือเท้าปากยังเป็นโรคที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง

ถ้าคุณรู้สึกว่าช่วงนี้เด็กรอบตัวเป็นมือเท้าปากกันถี่ คุณไม่ได้คิดไปเอง รายงานเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคสะท้อนว่าโรคนี้ยังพบได้มากในเด็กเล็ก

94,670
ผู้ป่วยสะสม 1 ม.ค.–30 ก.ย. 2568 (กรมควบคุมโรค)
145.84
อัตราป่วยต่อประชากรแสนคน (ปี 2568)
สูงกว่า
ค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี
0–4 ปี
กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด

รายงานกรมควบคุมโรคช่วง 1 ม.ค.–30 ก.ย. 2568 พบผู้ป่วยสะสม 94,670 ราย อัตราป่วย 145.84 ต่อประชากรแสนคน และสูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้พ่อแม่เห็นว่ามือเท้าปากยังเป็นโรคใกล้ตัวที่ควรรู้จักและเตรียมรับมือไว้

อีกเรื่องที่หลายครอบครัวยังไม่รู้คือ สายพันธุ์ที่ตรวจพบในแต่ละช่วงเวลาอาจไม่ใช่ตัวเดิมเสมอไป ซึ่งมีผลต่อมุมที่พ่อแม่ควรเฝ้าระวัง

กราฟิกแสดงสถิติผู้ป่วยมือเท้าปากในประเทศไทยปี 2568 จากกรมควบคุมโรค
ข้อมูลผู้ป่วยจริงจากรายงานกรมควบคุมโรค ปี 2568
เกี่ยวกับเว็บไซต์

ทำไมมือเท้าปาก.com ถึงเติมเต็มข้อมูลที่พ่อแม่อยากรู้

เว็บโรงพยาบาลให้ข้อมูลโรคที่จำเป็นและเชื่อถือได้ — บอกสาเหตุ อาการหลัก และวิธีป้องกันเบื้องต้นได้ครบถ้วน

ส่วนมือเท้าปาก.com ตั้งใจเติมคำอธิบายเชิงดูแลที่บ้าน สถานการณ์จริงของพ่อแม่ และการฟื้นตัวหลังป่วย — เรื่องที่คุณแม่อยากรู้จริง ๆ ตอนตีสองที่ลูกไม่ยอมกิน:

  • ลูกกินอะไรได้บ้างตอนปากเป็นแผลทุกตำแหน่ง
  • ทำยังไงให้กลืนน้ำได้โดยไม่ร้อง
  • หายแล้วทำไมผอมลง 1 กิโล แล้วน้ำหนักจะกลับมาไหม
  • ทำไมเพิ่งเป็นไปไม่ถึงครึ่งปี กลับเป็นซ้ำอีก
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลในปากแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร

มือเท้าปาก.com คือเว็บที่ตั้งใจตอบเรื่องที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากกว่า 5 นาทีในห้องตรวจ — ทำหน้าที่เป็นคู่มือเสริมที่พ่อแม่อ่านต่อได้ที่บ้าน หลังจากได้รับคำแนะนำจากแพทย์มาแล้ว

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

สิ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ — มือเท้าปากไม่ได้น่ากลัวที่ผื่น แต่น่ากลัวที่ "ปาก"

เวลาเราพูดถึง "มือเท้าปาก" ภาพที่ทุกคนนึกถึงคือผื่นแดงที่ฝ่ามือฝ่าเท้า แต่ในชีวิตจริงของครอบครัวที่ลูกเป็นแล้ว สิ่งที่ทำให้ทุกคนทรมานที่สุดไม่ใช่ผื่น

มันคือ แผลในปาก

แผลในปากของมือเท้าปากไม่ใช่แค่จุดเล็ก ๆ — มันมักจะมีหลายจุดพร้อมกัน ตั้งแต่ลิ้น เพดาน กระพุ้งแก้ม ไปจนถึงหลังคอ และที่สำคัญคือมันถูกกระตุ้นซ้ำทุกครั้งที่ลูกกิน ดื่ม กลืนน้ำลาย หรือแม้แต่ร้องไห้

นี่คือเหตุผลที่ลูกร้องตลอดคืน ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมดื่มน้ำ และทำให้คุณแม่หลายบ้านสุดท้ายต้องพาลูกเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ — ไม่ใช่เพราะโรครุนแรง แต่เพราะลูกขาดน้ำจากการกินไม่ได้

ดังนั้นคำถามสำคัญที่สุดของพ่อแม่ที่มีลูกเป็นมือเท้าปาก ไม่ใช่ "จะหายเร็วยังไง" — มันคือ "ทำยังไงให้ลูกกลืนได้ในช่วง 3-5 วันแรก"

เด็กชาวไทยกำลังร้องเพราะเจ็บปาก ไม่ยอมกินอาหารบนโต๊ะ
"กินไม่ได้" คืออาการที่ทรมานที่สุดของมือเท้าปาก ไม่ใช่ตัวผื่น
เลือกตามสถานการณ์

ครอบครัวคุณกำลังเจอเรื่องไหน เริ่มที่นั่นได้เลย

ไม่ต้องอ่านทั้งเว็บ เลือกสถานการณ์ที่ตรงกับคุณตอนนี้ที่สุด แล้วเริ่มที่นั่น

สงสัยว่าใช่ไหม

ลูกมีไข้ มีตุ่มแปลก ๆ แต่ยังไม่แน่ใจ

อยากเข้าใจโรคให้ชัดก่อนตัดสินใจอะไรต่อ — อาการจริงเป็นยังไง ต่างจากโรคอื่นตรงไหน

ทำความรู้จักโรคมือเท้าปาก
ลูกเป็นแล้ว ⚡

ลูกร้องทั้งคืน กินไม่ได้ ดื่มไม่ได้

อยากรู้ว่าจะให้ลูกกลืนได้ยังไงในช่วงที่เจ็บที่สุด เมนูไหนพอกินได้ ของไหนต้องเลี่ยง

เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้
ดูแลที่บ้าน

หมอบอกให้พักที่บ้าน ต้องดูแลยังไงต่อ

คู่มือดูแลแบบวันต่อวัน — กินอะไร ทำความสะอาดยังไง ใครในบ้านต้องระวัง

ดูแลลูกที่บ้านอย่างถูกวิธี
ฟื้นตัวหลังป่วย

หายแล้วแต่ลูกผอมลง ดูซีด ดูอ่อนแอ

กลัวจะติดเชื้ออื่นซ้ำ หรือเป็นมือเท้าปากซ้ำในไม่กี่เดือน — ฟื้นตัวให้กลับมาแข็งแรงกว่าเดิม

ฟื้นตัวหลังป่วยให้สมบูรณ์
อยากป้องกัน

ที่โรงเรียนเริ่มมีเคส อยากป้องกันก่อน

ยังไม่มีใครในบ้านป่วย แต่อยากรู้ว่าจะป้องกันอย่างไรให้ได้ผลจริง

การป้องกันมือเท้าปาก
ภาพกราฟิกแสดงสถานการณ์ครอบครัว 5 แบบที่ตรงกับ pillar ของเว็บ
ครอบครัวคุณกำลังเจอเรื่องไหน — เลือกได้ตามสถานการณ์
เรื่องสายพันธุ์

HFMD ไม่ได้มีแค่ EV71 — เรื่องสายพันธุ์ CV-A16 ที่พ่อแม่ควรเข้าใจ

หลายปีก่อน ถ้าใครพูดถึงมือเท้าปาก คนมักคิดถึงเชื้อ EV-A71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพทย์เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท

แต่จากข้อมูลการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการช่วงพฤษภาคม–กันยายน 2568 พบว่าสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากในตัวอย่างช่วงนั้นคือ CV-A16 ไม่ใช่ EV-A71 ซึ่งช่วยให้พ่อแม่เข้าใจว่ามือเท้าปากไม่ได้มีแค่ EV71 เพียงสายพันธุ์เดียว

62.18%
สัดส่วน CV-A16 ในตัวอย่างที่ตรวจพบ ช่วง พ.ค.–ก.ย. 2568
9.24%
สัดส่วน EV-A71 ในตัวอย่างช่วงเดียวกัน

มุมที่พอวางใจได้

โดยทั่วไป CV-A16 มักถูกพูดถึงในบริบทความรุนแรงทางระบบประสาทน้อยกว่า EV-A71 แต่เด็กแต่ละรายยังต้องเฝ้าระวังอาการตามจริงเสมอ

มุมที่ต้องเข้าใจ

ในหลายเคส ปัญหาที่ครอบครัวเจอเด่นชัดคือแผลในปากและการกินไม่ได้ ดังนั้นโจทย์จริง ๆ ของพ่อแม่หลายบ้าน ไม่ใช่แค่ "กลัวลูกอาการหนัก" แต่คือ "ลูกเจ็บปากจนกินไม่ได้ติดต่อกันหลายวัน" ซึ่งดูไม่รุนแรงในสายตาคนนอก แต่หนักหนามากในชีวิตจริงของครอบครัว

ภาพประกอบเชิงวิทยาศาสตร์ของไวรัส Coxsackievirus A16 ในสไตล์การแพทย์เข้าถึงง่าย
CV-A16 — สายพันธุ์ที่ตรวจพบมากในตัวอย่างช่วง พ.ค.–ก.ย. 2568
เป็นซ้ำได้ไหม

"เคยเป็นแล้ว เป็นอีกได้ไหม?" — คำตอบที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ "เป็นมือเท้าปากครั้งเดียวก็ภูมิแล้ว"

มันไม่จริง

จากการวิเคราะห์งานวิจัยขนาดใหญ่ อัตราการเป็นซ้ำของมือเท้าปากอยู่ที่ประมาณ 4.1% ฟังดูน้อย แต่กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเด็กผู้ชายอายุต่ำกว่า 3 ปีที่อยู่ในเนิร์สเซอรี่หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งคือกลุ่มที่ใหญ่มากในประเทศไทย

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์เรียบง่าย: มือเท้าปากเกิดจากเชื้อหลายตัว (CV-A16, CV-A6, EV-A71 และอีกหลายสายพันธุ์ย่อย) — ภูมิที่ลูกสร้างจากการเป็นครั้งแรกป้องกันได้แค่ตัวที่เคยเจอ ไม่ครอบสายพันธุ์อื่น เด็กจึงสามารถเป็นซ้ำได้ในปีเดียวกัน

สิ่งที่ตามมาที่พ่อแม่ควรรู้: ช่วงที่ลูกกินได้น้อย พักผ่อนไม่เต็มที่ และน้ำหนักลด ร่างกายอาจฟื้นตัวช้าลง และถ้าฟื้นตัวไม่เต็มที่ เด็กอาจดูอ่อนเพลียหรือรับมือกับการป่วยรอบต่อไปได้ยากขึ้น

นี่คือเหตุผลที่การ "ฟื้นตัวให้ดี" สำคัญพอ ๆ กับ "การดูแลตอนป่วย"

คุณแม่ชาวไทยกำลังดูปฏิทินกังวลเรื่องลูกที่เคยเป็นมือเท้าปากแล้วกลับมาเป็นซ้ำ
เป็นแล้วเป็นอีกได้ — เพราะภูมิคุ้มกันไม่ครอบทุกสายพันธุ์
เลือกอย่างปลอดภัย

สิ่งที่ช่วยได้จริง — และสิ่งที่ควรระวัง

ตอนลูกเจ็บปากจนกินไม่ได้ พ่อแม่หลายคนวิ่งไปร้านขายยา ซื้ออะไรก็ได้ที่เขาบอกว่า "ทาแผลในปาก" — และนี่คือจุดที่ต้องระวัง

สิ่งที่ควรระวัง

  • ยาชาเฉพาะที่บางชนิด — มีคำเตือนเรื่องการใช้ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อย เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะบางอย่างที่เป็นอันตรายได้ ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  • ยาทาในกลุ่มสเตียรอยด์ — มีบทบาทในแผลในปากบางชนิด แต่สำหรับแผลที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอย่างมือเท้าปาก ไม่ควรเลือกใช้เอง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

สิ่งที่ช่วยได้จริง

  • การให้น้ำและอาหารรสไม่จัด เย็นจัด เนื้อนุ่ม
  • หลีกเลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยว น้ำส้ม น้ำมะนาว ซึ่งจะกระตุ้นแผล
  • ผลิตภัณฑ์กลุ่ม เคลือบแผล (mucoadhesive barrier) ซึ่งทำงานเชิงกายภาพ ไม่ได้ออกฤทธิ์ทางยา
  • พักผ่อนเพียงพอ และเฝ้าระวังสัญญาณภาวะขาดน้ำ

หลักคิดง่าย ๆ คือ — สำหรับเด็กเล็กที่ปากเป็นแผลจากไวรัส ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือสิ่งที่ "ปกป้องแผล" ไม่ใช่สิ่งที่ "กดอาการ"

กราฟิกเปรียบเทียบทางเลือกในการดูแลแผลในปากเด็ก ระหว่างกลุ่มที่ปลอดภัยกับกลุ่มที่ต้องระวัง
ทางเลือกที่ช่วยได้จริง vs สิ่งที่ควรระวัง
ทางเลือกการดูแล

เมื่อแผลในปากทำให้ลูกกินและดื่มลำบาก

ในกรณีที่ลูกมีแผลในปากและกินดื่มลำบาก บางครอบครัวอาจศึกษาทางเลือกการดูแลช่องปากแบบฟิล์มเคลือบเฉพาะที่เพิ่มเติม โดยหลักการคือการเคลือบพื้นผิวแผลเพื่อช่วยลดการรบกวนจากอาหาร น้ำ และน้ำลายขณะกลืน

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ทำงานเชิงกายภาพ ไม่ใช่ยา ไม่ใช่ยาชา และไม่ได้รักษาโรคมือเท้าปาก ควรอ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์และใช้ตามคำแนะนำที่เหมาะสม หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ศึกษาข้อมูลการดูแลช่องปากเพิ่มเติม →
อ่านต่อ

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดูแลในบริบทอื่น

หากสิ่งที่ครอบครัวคุณกำลังเจอไม่ใช่มือเท้าปากโดยตรง การเริ่มจากแหล่งข้อมูลที่ตรงกับอาการมากกว่าอาจช่วยได้

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อยที่สุด

ลูกอายุเท่าไรที่เสี่ยงเป็นมือเท้าปากมากที่สุด

กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเด็กอายุ 0–4 ปี โดยเฉพาะที่อยู่ในเนิร์สเซอรี่หรือศูนย์รับเลี้ยงเด็ก เพราะระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และอยู่ใกล้กับเด็กคนอื่นทั้งวัน เด็กอายุมากกว่า 5 ปีก็เป็นได้แต่พบน้อยลง ส่วนวัยรุ่นและผู้ใหญ่ติดได้แต่อาการมักเบากว่า

มือเท้าปากกับเฮอร์แปงไจน่าต่างกันยังไง

ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อกลุ่มเดียวกัน (Enterovirus) และมีอาการแผลในปากเหมือนกัน แต่เฮอร์แปงไจน่ามักมีแผลเฉพาะในคอหอยด้านหลัง ไม่ค่อยขึ้นที่มือและเท้า ส่วนมือเท้าปากจะมีผื่นหรือตุ่มที่มือ เท้า และก้นด้วย แนวทางดูแลคล้ายกัน — เน้นเรื่องการกินและการป้องกันขาดน้ำเป็นหลัก

ผู้ใหญ่ติดมือเท้าปากจากเด็กได้ไหม

ติดได้ — แต่อาการในผู้ใหญ่มักเบากว่ามาก บางคนมีแค่ไข้เล็กน้อยกับตุ่มขึ้นไม่กี่จุด บางคนไม่มีอาการเลยแต่ยังแพร่เชื้อได้ พ่อแม่ที่ดูแลลูกใกล้ชิดจึงควรล้างมือบ่อย ๆ และระวังการแบ่งช้อนหรือแก้วน้ำ

หายแล้วเมื่อไรลูกไปโรงเรียนได้

อาการป่วย (ไข้ แผล ร้องกินไม่ได้) มักหายภายใน 7–10 วัน แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือไวรัสยังคงถูกขับออกทางอุจจาระได้นานถึง 6–12 สัปดาห์หลังหาย ดังนั้นแม้กลับโรงเรียนได้แล้ว การดูแลสุขอนามัยตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมและล้างก้นยังคงสำคัญต่ออีกนาน

วัคซีน EV71 ป้องกันมือเท้าปากทุกสายพันธุ์ไหม

ไม่ — วัคซีน EV71 ที่มีในไทยและภูมิภาคนี้เป็นวัคซีน monovalent ป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์ EV-A71 เท่านั้น และไม่ครอบ CV-A16, CV-A6 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากในตัวอย่างช่วงพฤษภาคม–กันยายน 2568 ประโยชน์หลักของวัคซีนคือลดความเสี่ยงภาวะสมองอักเสบรุนแรงจาก EV-A71 — แต่เด็กที่ฉีดแล้วยังเป็นมือเท้าปากจากสายพันธุ์อื่นได้ตามปกติ

ทำไมลูกป่วยมือเท้าปากซ้ำ ทั้งที่เคยเป็นแล้ว

เพราะมือเท้าปากเกิดจากไวรัสหลายสายพันธุ์ ภูมิคุ้มกันที่ลูกสร้างจากการเป็นครั้งแรกป้องกันได้เฉพาะตัวที่เคยเจอ ไม่ครอบสายพันธุ์อื่น ลูกจึงเป็นซ้ำได้ในปีเดียวกัน — และหลังป่วยเด็กบางคนกินได้น้อย พักผ่อนไม่เต็มที่ หรือน้ำหนักลด การค่อย ๆ กลับมากินอาหาร ดื่มน้ำ และนอนพักให้เพียงพอระหว่างรอบจึงสำคัญ

เลือกหัวข้อที่ตรงกับคุณ

เลือกหัวข้อที่ตรงกับครอบครัวคุณ แล้วเริ่มอ่านเลย

ไม่ว่าคุณกำลังอยู่ช่วงไหน — กังวลก่อนป่วย กำลังดูแลตอนป่วย หรือพยายามให้ลูกฟื้นกลับมาแข็งแรง — มือเท้าปาก.com จัดทำเนื้อหาทั้งหมดเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกในเวลาที่สำคัญที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิงของตัวเลขในหน้านี้
  • ตัวเลขผู้ป่วยสะสม อัตราป่วยต่อประชากรแสนคน และการเทียบกับค่ามัธยฐานย้อนหลัง อ้างอิงรายงานเฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2568
  • สัดส่วนสายพันธุ์ (CV-A16, EV-A71) อ้างอิงข้อมูลการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการช่วงพฤษภาคม–กันยายน 2568
  • อัตราการเป็นซ้ำ อ้างอิงการทบทวนงานวิจัยเชิงระบบเรื่องการกลับเป็นซ้ำของโรคมือเท้าปาก
  • ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ ช่วงที่บทความนี้อัปเดต และอาจเปลี่ยนแปลงตามรายงานล่าสุดของหน่วยงานสาธารณสุข

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ มือเท้าปาก.com

ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569

เนื้อหาในเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดูแลสุขภาพในครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย หากบุตรหลานของคุณมีอาการรุนแรง ซึม ชัก หรือดื่มน้ำไม่ได้ติดต่อกัน กรุณาพบแพทย์ทันที