มือเท้าปาก.com
ที่พึ่งของพ่อแม่
เมื่อลูกเป็นมือเท้าปาก

เข้าใจโรค ดูแลลูกถูกจุด และพาลูกผ่านช่วงกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้ได้อย่างปลอดภัย — รวมทุกเรื่องที่พ่อแม่ต้องรู้ ตั้งแต่วันแรกที่สงสัยว่าลูกเป็น ไปจนถึงวันที่ลูกหายดี

ลูกกำลังเป็นอยู่ตอนนี้? เริ่มที่ "ลูกเป็นแล้ว กินไม่ได้"
คุณพ่อคุณแม่กำลังช่วยกันสังเกตฝ่ามือของลูก โดยคุณพ่อถือแก้วน้ำอยู่ข้าง ๆ
มือเท้าปากไม่ใช่แค่โรคของเด็ก — มันคือช่วงเวลาที่ทั้งครอบครัวต้องผ่านไปด้วยกัน
สถานการณ์ล่าสุดปี 2569

สถานการณ์ปี 2569 — มือเท้าปากยังต้องเฝ้าระวังในเด็กเล็ก

ข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมโรค ณ 1 กันยายน 2569 ยืนยันว่าโรคมือ เท้า ปากยังพบต่อเนื่อง โดยกลุ่มเด็กอายุ 0–4 ปีมีผู้ป่วยมากที่สุด

53,362
ผู้ป่วยสะสม 1 ม.ค.–1 ก.ย. 2569
5,408
ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
1 ราย
ผู้เสียชีวิตที่รายงานในช่วงดังกล่าว
0–4 ปี
กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด

กรมควบคุมโรครายงานเมื่อ 4 กันยายน 2569 ว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม–1 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 53,362 ราย มีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 5,408 ราย และเสียชีวิต 1 ราย โดยภาพรวมจำนวนผู้ป่วยปี 2569 ยังต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานศึกษาและศูนย์เด็กเล็กช่วงฤดูฝน

แหล่งข้อมูล: กรมควบคุมโรค — 4 กันยายน 2569

เกี่ยวกับเว็บไซต์

ทำไมมือเท้าปาก.com ถึงเติมเต็มข้อมูลที่พ่อแม่อยากรู้

เว็บโรงพยาบาลให้ข้อมูลโรคที่จำเป็นและเชื่อถือได้ — บอกสาเหตุ อาการหลัก และวิธีป้องกันเบื้องต้นได้ครบถ้วน

ส่วนมือเท้าปาก.com ตั้งใจเติมคำอธิบายเชิงดูแลที่บ้าน สถานการณ์จริงของพ่อแม่ และการฟื้นตัวหลังป่วย — เรื่องที่คุณแม่อยากรู้จริง ๆ ตอนตีสองที่ลูกไม่ยอมกิน:

  • ลูกกินอะไรได้บ้างตอนปากเป็นแผลทุกตำแหน่ง
  • ทำยังไงให้กลืนน้ำได้โดยไม่ร้อง
  • หายแล้วทำไมผอมลง 1 กิโล แล้วน้ำหนักจะกลับมาไหม
  • ทำไมเพิ่งเป็นไปไม่ถึงครึ่งปี กลับเป็นซ้ำอีก
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลในปากแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร

มือเท้าปาก.com คือเว็บที่ตั้งใจตอบเรื่องที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากกว่า 5 นาทีในห้องตรวจ — ทำหน้าที่เป็นคู่มือเสริมที่พ่อแม่อ่านต่อได้ที่บ้าน หลังจากได้รับคำแนะนำจากแพทย์มาแล้ว

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

สิ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ — มือเท้าปากไม่ได้น่ากลัวที่ผื่น แต่น่ากลัวที่ "ปาก"

เวลาเราพูดถึง "มือเท้าปาก" ภาพที่ทุกคนนึกถึงคือผื่นแดงที่ฝ่ามือฝ่าเท้า แต่ในชีวิตจริงของครอบครัวที่ลูกเป็นแล้ว สิ่งที่ทำให้ทุกคนทรมานที่สุดไม่ใช่ผื่น

มันคือ แผลในปาก

แผลในปากของมือเท้าปากไม่ใช่แค่จุดเล็ก ๆ — มันมักจะมีหลายจุดพร้อมกัน ตั้งแต่ลิ้น เพดาน กระพุ้งแก้ม ไปจนถึงหลังคอ และที่สำคัญคือมันถูกกระตุ้นซ้ำทุกครั้งที่ลูกกิน ดื่ม กลืนน้ำลาย หรือแม้แต่ร้องไห้

นี่คือเหตุผลที่ลูกร้องตลอดคืน ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมดื่มน้ำ และทำให้คุณแม่หลายบ้านสุดท้ายต้องพาลูกเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ — ไม่ใช่เพราะโรครุนแรง แต่เพราะลูกขาดน้ำจากการกินไม่ได้

ดังนั้นคำถามสำคัญที่สุดของพ่อแม่ที่มีลูกเป็นมือเท้าปาก ไม่ใช่ "จะหายเร็วยังไง" — มันคือ "ทำยังไงให้ลูกกลืนได้ในช่วง 3-5 วันแรก"

คุณแม่กำลังยื่นอาหารให้ลูกที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เด็กและยังไม่อยากกิน
"กินไม่ได้" คืออาการที่ทรมานที่สุดของมือเท้าปาก ไม่ใช่ตัวผื่น
เลือกตามสถานการณ์

ครอบครัวคุณกำลังเจอเรื่องไหน เริ่มที่นั่นได้เลย

ไม่ต้องอ่านทั้งเว็บ เลือกสถานการณ์ที่ตรงกับคุณตอนนี้ที่สุด แล้วเริ่มที่นั่น

สงสัยว่าใช่ไหม

ลูกมีไข้ มีตุ่มแปลก ๆ แต่ยังไม่แน่ใจ

อยากเข้าใจโรคให้ชัดก่อนตัดสินใจอะไรต่อ — อาการจริงเป็นยังไง ต่างจากโรคอื่นตรงไหน

ทำความรู้จักโรคมือเท้าปาก
ลูกเป็นแล้ว ⚡

ลูกร้องทั้งคืน กินไม่ได้ ดื่มไม่ได้

อยากรู้ว่าจะให้ลูกกลืนได้ยังไงในช่วงที่เจ็บที่สุด เมนูไหนพอกินได้ ของไหนต้องเลี่ยง

เมื่อลูกกินไม่ได้ ดื่มไม่ได้
ดูแลที่บ้าน

หมอบอกให้พักที่บ้าน ต้องดูแลยังไงต่อ

คู่มือดูแลแบบวันต่อวัน — กินอะไร ทำความสะอาดยังไง ใครในบ้านต้องระวัง

ดูแลลูกที่บ้านอย่างถูกวิธี
ฟื้นตัวหลังป่วย

หายแล้วแต่ลูกผอมลง ดูซีด ดูอ่อนแอ

กลัวจะติดเชื้ออื่นซ้ำ หรือเป็นมือเท้าปากซ้ำในไม่กี่เดือน — ฟื้นตัวให้กลับมาแข็งแรงกว่าเดิม

ฟื้นตัวหลังป่วยให้สมบูรณ์
อยากป้องกัน

ที่โรงเรียนเริ่มมีเคส อยากป้องกันก่อน

ยังไม่มีใครในบ้านป่วย แต่อยากรู้ว่าจะป้องกันอย่างไรให้ได้ผลจริง

การป้องกันมือเท้าปาก
อินโฟกราฟิก ครอบครัวกำลังเจอสถานการณ์ไหน: สงสัยว่าใช่ไหม; ลูกเป็นแล้ว กินไม่ได้; ดูแลที่บ้าน; ฟื้นตัวหลังป่วย; อยากป้องกัน
ครอบครัวคุณกำลังเจอเรื่องไหน — เลือกได้ตามสถานการณ์
เรื่องสายพันธุ์

HFMD ไม่ได้มีแค่ EV71 — ปี 2569 พบ CV-A16 เป็นสายพันธุ์หลัก

มือเท้าปากเกิดจากไวรัสได้หลายสายพันธุ์ ไม่ได้เกิดจาก EV-A71 เพียงชนิดเดียว การเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคของกรมควบคุมโรคในปี 2569 พบ Coxsackievirus A16 (CV-A16) ร้อยละ 36.36 เป็นสายพันธุ์หลักในตัวอย่างที่ส่งตรวจ ส่วน Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนรุนแรงบางชนิดยังพบในสัดส่วนที่น้อยและยังต้องเฝ้าระวัง

36.36%
CV-A16 — สายพันธุ์หลักที่รายงานในการเฝ้าระวังปี 2569
EV71
ยังตรวจพบในสัดส่วนที่น้อย และยังต้องเฝ้าระวัง

สิ่งที่พ่อแม่ควรเข้าใจ

ไม่ว่าสายพันธุ์ใด เด็กที่มีไข้สูง กินหรือดื่มได้น้อยมาก ซึม ชัก อาเจียนมาก หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรรีบพบแพทย์ทันที ส่วนในเด็กที่อาการไม่รุนแรง ปัญหาที่ครอบครัวพบได้บ่อยคือแผลในปากจนกินและดื่มลำบาก จึงต้องเฝ้าระวังภาวะขาดน้ำควบคู่กัน

แหล่งข้อมูล: กรมควบคุมโรค — 29 มิถุนายน 2569

เป็นซ้ำได้ไหม

"เคยเป็นแล้ว เป็นอีกได้ไหม?" — คำตอบที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ "เป็นมือเท้าปากครั้งเดียวก็ภูมิแล้ว"

มันไม่จริง

จากการวิเคราะห์งานวิจัยขนาดใหญ่ อัตราการเป็นซ้ำของมือเท้าปากอยู่ที่ประมาณ 4.1% ฟังดูน้อย แต่กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเด็กผู้ชายอายุต่ำกว่า 3 ปีที่อยู่ในเนิร์สเซอรี่หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งคือกลุ่มที่ใหญ่มากในประเทศไทย

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์เรียบง่าย: มือเท้าปากเกิดจากเชื้อหลายตัว (CV-A16, CV-A6, EV-A71 และอีกหลายสายพันธุ์ย่อย) — ภูมิที่ลูกสร้างจากการเป็นครั้งแรกป้องกันได้แค่ตัวที่เคยเจอ ไม่ครอบสายพันธุ์อื่น เด็กจึงสามารถเป็นซ้ำได้ในปีเดียวกัน

สิ่งที่ตามมาที่พ่อแม่ควรรู้: ช่วงที่ลูกกินได้น้อย พักผ่อนไม่เต็มที่ และน้ำหนักลด ร่างกายอาจฟื้นตัวช้าลง และถ้าฟื้นตัวไม่เต็มที่ เด็กอาจดูอ่อนเพลียหรือรับมือกับการป่วยรอบต่อไปได้ยากขึ้น

นี่คือเหตุผลที่การ "ฟื้นตัวให้ดี" สำคัญพอ ๆ กับ "การดูแลตอนป่วย"

คุณพ่อกับลูกชายกำลังดูปฏิทินและทบทวนช่วงเวลาร่วมกันที่โต๊ะ
เป็นแล้วเป็นอีกได้ — เพราะภูมิคุ้มกันไม่ครอบทุกสายพันธุ์
เลือกอย่างปลอดภัย

สิ่งที่ช่วยได้จริง — และสิ่งที่ควรระวัง

ตอนลูกเจ็บปากจนกินไม่ได้ พ่อแม่หลายคนวิ่งไปร้านขายยา ซื้ออะไรก็ได้ที่เขาบอกว่า "ทาแผลในปาก" — และนี่คือจุดที่ต้องระวัง

สิ่งที่ควรระวัง

  • ยาชาเฉพาะที่บางชนิด — มีคำเตือนเรื่องการใช้ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อย เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะบางอย่างที่เป็นอันตรายได้ ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  • ยาทาในกลุ่มสเตียรอยด์ — มีบทบาทในแผลในปากบางชนิด แต่สำหรับแผลที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอย่างมือเท้าปาก ไม่ควรเลือกใช้เอง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

สิ่งที่ช่วยได้จริง

  • การให้น้ำและอาหารรสไม่จัด เย็นจัด เนื้อนุ่ม
  • หลีกเลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยว น้ำส้ม น้ำมะนาว ซึ่งจะกระตุ้นแผล
  • ผลิตภัณฑ์กลุ่ม เคลือบแผล (mucoadhesive barrier) ซึ่งทำงานเชิงกายภาพ ไม่ได้ออกฤทธิ์ทางยา
  • พักผ่อนเพียงพอ และเฝ้าระวังสัญญาณภาวะขาดน้ำ

แนวทางที่เน้นความสบายระหว่างกินและดื่มคือการปกป้องแผล ควบคู่กับการดูแลอาการอย่างเหมาะสม

อินโฟกราฟิก สิ่งที่ช่วยได้จริง และสิ่งที่ควรระวัง: ช่วยได้จริง น้ำและอาหารรสไม่จัด อาหารเย็น เนื้อนุ่ม พักผ่อนและเฝ้าขาดน้ำ; ควรระวัง ยาชาเฉพาะที่บางชนิด ยาทาสเตียรอยด์ ควรใช้ตามคำแนะนำ
ทางเลือกที่ช่วยได้จริง vs สิ่งที่ควรระวัง
ทางเลือกการดูแล

เมื่อแผลในปากทำให้ลูกกินและดื่มลำบาก

ในกรณีที่ลูกมีแผลในปากและกินดื่มลำบาก บางครอบครัวอาจศึกษาทางเลือกการดูแลช่องปากแบบฟิล์มเคลือบเฉพาะที่เพิ่มเติม โดยหลักการคือการเคลือบพื้นผิวแผลเพื่อช่วยลดการรบกวนจากอาหาร น้ำ และน้ำลายขณะกลืน

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ทำงานเชิงกายภาพ ไม่ใช่ยา ไม่ใช่ยาชา และไม่ได้รักษาโรคมือเท้าปาก ควรอ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์และใช้ตามคำแนะนำที่เหมาะสม หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ศึกษาข้อมูลการดูแลช่องปากเพิ่มเติม →
อ่านต่อ

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดูแลในบริบทอื่น

หากสิ่งที่ครอบครัวคุณกำลังเจอไม่ใช่มือเท้าปากโดยตรง การเริ่มจากแหล่งข้อมูลที่ตรงกับอาการมากกว่าอาจช่วยได้

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อยที่สุด

ลูกอายุเท่าไรที่เสี่ยงเป็นมือเท้าปากมากที่สุด

กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเด็กอายุ 0–4 ปี โดยเฉพาะที่อยู่ในเนิร์สเซอรี่หรือศูนย์รับเลี้ยงเด็ก เพราะระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และอยู่ใกล้กับเด็กคนอื่นทั้งวัน เด็กอายุมากกว่า 5 ปีก็เป็นได้แต่พบน้อยลง ส่วนวัยรุ่นและผู้ใหญ่ติดได้แต่อาการมักเบากว่า

มือเท้าปากกับเฮอร์แปงไจนาต่างกันยังไง

ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อกลุ่มเดียวกัน (Enterovirus) และมีอาการแผลในปากเหมือนกัน แต่เฮอร์แปงไจนามักมีแผลเฉพาะในคอหอยด้านหลัง ไม่ค่อยขึ้นที่มือและเท้า ส่วนมือเท้าปากจะมีผื่นหรือตุ่มที่มือ เท้า และก้นด้วย แนวทางดูแลคล้ายกัน — เน้นเรื่องการกินและการป้องกันขาดน้ำเป็นหลัก

ผู้ใหญ่ติดมือเท้าปากจากเด็กได้ไหม

ติดได้ — แต่อาการในผู้ใหญ่มักเบากว่ามาก บางคนมีแค่ไข้เล็กน้อยกับตุ่มขึ้นไม่กี่จุด บางคนไม่มีอาการเลยแต่ยังแพร่เชื้อได้ พ่อแม่ที่ดูแลลูกใกล้ชิดจึงควรล้างมือบ่อย ๆ และระวังการแบ่งช้อนหรือแก้วน้ำ

หายแล้วเมื่อไรลูกไปโรงเรียนได้

อาการป่วย (ไข้ แผล ร้องกินไม่ได้) มักหายภายใน 7–10 วัน แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือไวรัสยังคงถูกขับออกทางอุจจาระได้นานถึง 6–12 สัปดาห์หลังหาย ดังนั้นแม้กลับโรงเรียนได้แล้ว การดูแลสุขอนามัยตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมและล้างก้นยังคงสำคัญต่ออีกนาน

วัคซีน EV71 ป้องกันมือเท้าปากทุกสายพันธุ์ไหม

ไม่ — วัคซีน EV71 ป้องกันเฉพาะสายพันธุ์ EV-A71 และไม่ครอบคลุมไวรัสสายพันธุ์อื่นที่ทำให้เกิดมือเท้าปาก เช่น CV-A16 หรือ CV-A6 โดยการเฝ้าระวังในประเทศไทยปี 2569 พบ CV-A16 ร้อยละ 36.36 เป็นสายพันธุ์หลัก ขณะที่ EV71 ยังพบในสัดส่วนที่น้อย เด็กที่ฉีดวัคซีน EV71 แล้วจึงยังเป็นมือเท้าปากจากสายพันธุ์อื่นได้

ทำไมลูกป่วยมือเท้าปากซ้ำ ทั้งที่เคยเป็นแล้ว

เพราะมือเท้าปากเกิดจากไวรัสหลายสายพันธุ์ ภูมิคุ้มกันที่ลูกสร้างจากการเป็นครั้งแรกป้องกันได้เฉพาะตัวที่เคยเจอ ไม่ครอบสายพันธุ์อื่น ลูกจึงเป็นซ้ำได้ในปีเดียวกัน — และหลังป่วยเด็กบางคนกินได้น้อย พักผ่อนไม่เต็มที่ หรือน้ำหนักลด การค่อย ๆ กลับมากินอาหาร ดื่มน้ำ และนอนพักให้เพียงพอระหว่างรอบจึงสำคัญ

เลือกหัวข้อที่ตรงกับคุณ

เลือกหัวข้อที่ตรงกับครอบครัวคุณ แล้วเริ่มอ่านเลย

ไม่ว่าคุณกำลังอยู่ช่วงไหน — กังวลก่อนป่วย กำลังดูแลตอนป่วย หรือพยายามให้ลูกฟื้นกลับมาแข็งแรง — มือเท้าปาก.com จัดทำเนื้อหาทั้งหมดเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกในเวลาที่สำคัญที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิงของตัวเลขในหน้านี้
  • สถานการณ์ผู้ป่วยสะสม การรักษาในโรงพยาบาล และกลุ่มอายุ อ้างอิง กรมควบคุมโรค วันที่ 4 กันยายน 2569
  • ข้อมูลสายพันธุ์ CV-A16 และ EV71 อ้างอิง กรมควบคุมโรค วันที่ 29 มิถุนายน 2569
  • อัตราการเป็นซ้ำ อ้างอิงการทบทวนงานวิจัยเชิงระบบเรื่องการกลับเป็นซ้ำของโรคมือเท้าปาก
  • ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ ช่วงที่บทความนี้อัปเดต และอาจเปลี่ยนแปลงตามรายงานล่าสุดของหน่วยงานสาธารณสุข

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ มือเท้าปาก.com

ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

อัปเดตล่าสุด: 7 กันยายน 2569

เนื้อหาในเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดูแลสุขภาพในครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย หากบุตรหลานของคุณมีอาการรุนแรง ซึม ชัก หรือดื่มน้ำไม่ได้ติดต่อกัน กรุณาพบแพทย์ทันที